เตือนภัย ราคาทองสูง หลอกลงทุนใช้โปรไฟล์หล่อตีสนิท ลวงโอนเงินล้าน ตำรวจไซเบอร์บุกจับ 6 ราย เครือข่ายสแกมเมอร์โกงออนไลน์
อัปเดตแจ้งเตือนภัย ราคาทองสูง หลอกลงทุน ใช้โปรไฟล์หล่อตีสนิท ลวงโอนเงินล้าน ตำรวจไซเบอร์บุกจับ 6 ราย เครือข่ายสแกมเมอร์โกงออนไลน์
สืบเนื่องจากผู้เสียหายรายหนึ่งได้ใช้งานแอปพลิเคชันเฟซบุ๊ก แล้วได้มีบัญชีเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ใช้รูปโปรไฟล์หน้าตาดีแอดมาขอเป็นเพื่อน แอบอ้างว่าตนเป็นหัวหน้าฝ่ายบัญชีการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคฯ จากนั้นได้พูดคุยกันในเรื่องทั่วไปเพื่อตีสนิท และขอแอดบัญชีไลน์กันในเวลาต่อมา
เมื่อเวลาผ่านไปสักระยะผู้เสียหายเกิดความเชื่อใจ บัญชีไลน์ดังกล่าวจึงได้เริ่มชักชวนผู้เสียหายให้ลงทุนซื้อขายทองคำล่วงหน้า และซื้อขายเงินตราต่างประเทศผ่านเว็บไซต์ แล้วให้ผู้เสียหายดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
หลังจากดาวน์โหลดเสร็จสิ้น ผู้เสียหายได้กรอกแบบฟอร์มพร้อมส่ง
- รูปบัตรประจำตัวประชาชน
- โฮมเพจหนังสือเดินทาง
- ข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ
- รวมทั้งลายเซ็นต์
ต่อมา ผู้เสียหายได้โอนเงินเข้าไปลงทุนหลายครั้ง แต่สุดท้ายไม่สามารถถอนเงินคืนได้ รวมมูลค่าความเสียหายจำนวน 1,181,237.36 บาท
ต่อมา พ.ต.อ.อดิชาต อมรประดิษฐ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3 ได้สั่งการให้พ.ต.ท.สมพร บุตรวงศ์ และ พ.ต.ท.ธวัช ทุเครือ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3 นำทีมชุดสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเสนอพนักงานสอบสวน บก.สอท.3 ขออนุมัติหมายจับต่อศาลจังหวัดสุรินทร์ ได้สำเร็จ จำนวน 8 หมายจับ
ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3 สามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาในเครือข่ายดังกล่าวได้แล้ว จำนวน 3 ราย ได้แก่
1. นาย จ อายุ 30 ปี จับกุมตัวได้ที่ แคมป์คนงานก่อสร้างโรงพยาบาลพิษณุเวช ต.ในเมือง อ.เมืองกำแพงเพชร จ.กำแพงเพชร
2. นาย อ อายุ 37 ปี จับกุมตัวได้ที่ บ้านเอื้ออาทร ในพื้นที่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
3. นาย พ อายุ 34 ปี จับกุมตัวได้ในพื้นที่ จ.หนองบัวลำภู
โดยผู้ต้องหาแต่ละราย ยังมีหมายจับติดตัวในคดีอื่นอีกหลายคดีนอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังสามารถติดตามอายัดตัวผู้ต้องหาตามหมายจับที่ถูกควบคุมตัวดำเนินคดีอยู่ในเรือนจำต่างๆ ได้อีก 3 ราย ดังนี้
1.นาย น อายุ 44 ปี ถูกควบคุมตัวที่ เรือนจำพิเศษมีนบุรี กรุงเทพมหานคร
2.นางสาว ส อายุ 42 ปี ถูกควบคุมตัวที่ เรือนจำย่อยจังหวัดสุราษฎร์ธานี
3.นาย ว อายุ 23 ปี ถูกควบคุมตัวที่ เรือนจำจังหวัดหนองคาย
ถูกดำเนินคดีในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นตนอื่น, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน”
ส่งดำเนินคดีตามกระบวนการของกฎหมาย พร้อมเร่งติดตามตัวผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี และสืบสวนสอบสวนเพื่อขยายผลในส่วนที่เกี่ยวข้อง
อ้างอิง CCIB





