วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

ปภ. เฝ้าระวังสถานการณ์ 'ฝุ่น PM2.5' ต่อเนื่อง ยกระดับมาตรการควบคุมการเผา

ปภ. เฝ้าระวังสถานการณ์ 'ฝุ่น PM2.5' ต่อเนื่อง ยกระดับมาตรการควบคุมการเผา

ปภ. เฝ้าระวังสถานการณ์ 'ฝุ่น PM2.5' ต่อเนื่อง ยกระดับมาตรการควบคุมการเผา เร่งประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ เคาะประตูบ้านประชาชนขอความร่วมมือ 'งดเผา'

วันนี้ (28 ม.ค. 69) ที่ห้องกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ กรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้มีการประชุมติดตามสถานการณ์สาธารณภัย (Situation Awareness Team: SAT) ครั้งที่ 5/2569 โดยมี นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นประธานการประชุม ผู้บริหาร ปภ.  ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัยเข้าร่วมประชุม และประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) และจุดความร้อน (Hotspot) ที่กำลังส่งผลกระทบในหลายพื้นที่ เร่งบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อยกระดับการควบคุมการเผาในที่โล่งและพื้นที่เกษตรกรรมอย่างเข้มข้น ส่งเสริมการปฏิบัติตามระเบียบและข้อกำหนด ควบคู่ไปกับการประชาสัมพันธ์เชิงรุกผ่านกลไกท้องถิ่น 'เคาะประตูบ้าน' เพื่อรณรงค์ให้ประชาชน 'งดเผา' และสร้างความตระหนักรู้ถึงผลกระทบต่อสุขภาพ

 

นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในระยะนี้ ซึ่งติดตามข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ ณ วันที่ 28 มกราคม 2569 เวลา 07.00 น. พบว่า ปริมาณฝุ่น PM2.5 มีแนวโน้มสูงขึ้นจนเกินค่ามาตรฐานในพื้นที่ภาคเหนือ กลาง ตะวันออก ตะวันออกเฉียงเหนือ และ กทม. รวม 27 จังหวัด

โดยพื้นที่ที่มีสถานการณ์ฝุ่นรุนแรงในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ ได้แก่ จังหวัดนนทบุรี (94.6 มคก./ลบ.ม.) สมุทรสงคราม (77.6 มคก./ลบ.ม.) รวมถึงกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออก (เขตหนองจอก คลองสามวา มีนบุรี และคันนายาว)

ส่วนรายงาน จุดความร้อน (Hotspot) ข้อมูลจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ณ วันที่ 27 ม.ค. 69 พบ จุดความร้อน ในพื้นที่ 57 จังหวัด รวม 501 จุด ส่วนใหญ่พบในพื้นที่เกษตรกรรม โดยจังหวัดที่พบจุดความร้อนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จังหวัดนครนายก (95 จุด) ร้อยเอ็ด (49 จุด) ชัยภูมิ (29 จุด) ลพบุรี (25 จุด) และน่าน (22 จุด)

ปภ. เฝ้าระวังสถานการณ์ 'ฝุ่น PM2.5' ต่อเนื่อง ยกระดับมาตรการควบคุมการเผา

 

ซึ่งถือว่าต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ปภ. จึงได้ประสานกำชับให้จังหวัดที่ได้รับผลกระทบเพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติงานเพื่อป้องกันและแก้ไข ปัญหาฝุ่นละออง ขนาดเล็ก PM2.5 โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่อากาศเย็นและแห้ง ส่งผลให้เกิดจุดความร้อน พื้นที่เผาไหม้ และพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองสูง หากตรวจพบจุดความร้อนในพื้นที่ ให้เร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการระงับเหตุโดยเร็วที่สุด และเน้นย้ำให้ประชาสัมพันธ์เชิงรุกที่เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มอายุผ่านทุกช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงการใช้กลไกท้องถิ่นท้องที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน ลงพื้นที่ 'เคาะประตูบ้าน' เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับผลกระทบต่อสุขภาพและแนวทางการปฏิบัติตนที่ถูกต้องหากสถานการณ์ฝุ่นมีปริมาณเพิ่มขึ้น รวมถึงมาตรการการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ และข้อระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากประชาชนใน การงดกิจกรรมการเผา โดยเฉพาะในช่วงอากาศปิดเพื่อให้เกิดการระบายอากาศที่ดีขึ้น

ในส่วนของการติดตามแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ จากการรายงานของจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว นนทบุรี นครนายก และกรุงเทพมหานคร ทุกจังหวัดได้ดำเนินการป้องกันและควบคุมตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเข้มข้น โดยปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ของจังหวัดในการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนการระงับเหตุหากมีไฟไหม้ป่าในพื้นที่ โดยเฉพาะที่จังหวัดนครนายก ซึ่งได้เกิดเหตุลักลอบเผาพื้นที่เกษตรเกิดไฟลามทุ่ง ทำให้มีปริมาณฝุ่นละอองเพิ่มสูงขึ้นและลอยพัดเข้ามาส่งผลกระทบในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียง ทางจังหวัดนครนายกได้เพิ่มความเข้มข้นในการควบคุมการเผาในพื้นที่ และสั่งการให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ท้องถิ่น ท้องที่ทำความเข้าใจประชาชนให้งดการเผาในทุกพื้นที่ และจัดชุดลาดตระเวนป้องปรามระงับเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับผู้ลักลอบเผาและผู้กระทำผิด

ขณะที่ กรุงเทพมหานคร ซึ่งวันนี้มีปริมาณฝุ่นหนาแน่นเกินมาตรฐานในหลายพื้นที่ จึงเพิ่มมาตรการเข้มข้นในการตรวจวัดจากแหล่งกำเนิดและจังหวัดข้างเคียง และมาตรการ Work from home ที่ช่วยลดฝุ่นจากแหล่งกำเนิดจากยานพาหนะได้ค่อนข้างมาก

'การแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ได้เน้นย้ำทุกจังหวัดยกระดับความเข้มข้นในการดูแลพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองสูง และพื้นที่ที่มีการแจ้งเตือน Cell broadcast โดยให้บังคับใช้กฎหมายและบทลงโทษอย่างเคร่งครัดต่อผู้ที่ฝ่าฝืนมาตรการงดการเผา พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ทราบและปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยรณรงค์งดการเผาในพื้นที่เกษตรทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ถึง 31 มีนาคม 2569 หากฝ่าฝืนจะโดนตัดสิทธิเข้าร่วมโครงการสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพของรัฐ เป็นระยะเวลา 2 ปี ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง มาตรการบริหารจัดการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก ไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ภาคการเกษตร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ควบคู่ไปกับการเฝ้าระวังมลพิษข้ามพรมแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน  เพื่อลดปริมาณการสะสมของฝุ่นละอองและป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในทุกพื้นที่ และในส่วนของ ปภ. ได้สั่งการไปยังศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต ให้พร้อมสนับสนุนเครื่องจักรกลสาธารณภัย เพื่อสนับสนุนการลดความหนาแน่นของฝุ่นละอองในพื้นที่ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนต่อสุขภาพของประชาชน' รองอธิบดี ปภ. กล่าว

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับภัยฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ได้ที่ Facebook กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย , DDPM X @DDPMNews , Line @1784DDPM สามารถแจ้งและขอความช่วยเหลือทางไลน์ 'ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784' รวมถึงสายด่วนนิรภัย 1784 (ตลอด 24 ชั่วโมง)