บุกนครปฐม-ชลบุรี ลุยกวาดล้างเหมืองบิตคอยน์เถื่อน ลักลอบใช้ไฟหลวง พบเจ้าหน้าที่รัฐการไฟฟ้าเอื้อประโยชน์ เงินหมุนเวียนกว่า 19 ล้านบาท
กรณีบุกนครปฐม-ชลบุรี ลุยกวาดล้างเหมืองบิตคอยน์เถื่อน ลักลอบใช้ไฟหลวง พบเจ้าหน้าที่รัฐการไฟฟ้าฯ เอื้อประโยชน์ เงินหมุนเวียนกว่า 19 ล้านบาท
กรมสอบสวนคดีพิเศษ เดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น เปิดปฏิบัติการกวาดล้างขบวนการลักลอบทำเหมืองขุดเงินดิจิทัลโดยผิดกฎหมาย ที่มีการลักลอบใช้ไฟฟ้าของรัฐและพัวพันกับเจ้าหน้าที่รัฐหลายระดับ สะท้อนความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม
ปฏิบัติการ “Operation Copperhead” ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2568 โดยกำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด และขยายผลไปถึงเครือข่ายทั้งหมดรวมถึงผู้มีอิทธิพลและผู้ที่อยู่เบื้องหลังการกระทำความผิด ต่อมาเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ขยายผลภายใต้ปฏิบัติการ “Clean House” ตรวจค้นเครือข่ายลักลอบใช้ไฟฟ้าเพื่อขุดเหมืองบิตคอยน์เถื่อน ยึดเครื่องขุดเงินดิจิทัลจำนวน 3,642 เครื่อง
พร้อมพยานหลักฐานสำคัญที่เชื่อมโยงถึงกลุ่มนายทุนและเจ้าหน้าที่รัฐ จนนำไปสู่การขอศาลออกหมายค้น 7 เป้าหมาย ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และจังหวัดสมุทรสาคร
ผลการตรวจค้นพบเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า 3 ราย ซึ่งมีตำแหน่งระดับบริหารและปฏิบัติการ มีพฤติการณ์ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ เอื้อประโยชน์ให้แก่ขบวนการเหมืองบิตคอยน์เถื่อน ทั้งการจัดหาโกดัง อำนวยความสะดวกด้านไฟฟ้าและหม้อแปลง ตรวจสอบโหลดไฟ รวมถึงรับผลประโยชน์เป็นรายเดือนตั้งแต่หลักแสนถึงประมาณ 4 แสนบาท
โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์พกพา และสมุดบัญชีธนาคาร ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญในการเชื่อมโยงเส้นทางการเงิน และการทุจริตการสืบสวนยังพบความเชื่อมโยงไปถึงกลุ่มนายทุนและเครือข่ายจีนเทา
รวมถึงบุคคลที่ต้องสงสัยว่าพยายามแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม โดยตรวจยึดพยานหลักฐานจำนวนมาก อาทิ โทรศัพท์มือถือหลายเครื่อง คอมพิวเตอร์ เครื่องบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิด และเอกสารทางคดีจำนวนมาก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการร่วมมือกันเป็นขบวนการอย่างเป็นระบบ
ล่าสุด เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2569 พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มอบหมายให้ พันตำรวจตรี จตุพล บงกชมาศ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วยร้อยตำรวจเอก เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ได้นำคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษเข้าตรวจค้นบ้านพักของผู้บริหารระดับการไฟฟ้าฯ จำนวน 3 จุด ในจังหวัดนครปฐมและจังหวัดชลบุรี
ผลจากการตรวจค้นพบเงินสดและ หลักฐานการนำเงินฝากเข้าธนาคาร รวมมูลค่ากว่า 19,038,000 บาท พร้อมสมุดบัญชีธนาคาร 10 เล่ม โดยพบว่ารายได้ที่ตรวจสอบได้ไม่สอดคล้องกับทรัพย์สินที่ครอบครอง ซึ่งเข้าข่ายการร่ำรวยผิดปกติ
อ้างอิง DSI





