ไขข้อสงสัย! เคลือบสูติบัตรได้ไหม? กรมการปกครองยืนยันไม่เป็นโมฆะ ใช้ทำธุรกรรมและหลักฐานทางกฎหมายได้ปกติ พร้อมแนะแนวทางแก้ไขข้อมูลหากเคลือบพลาสติกไปแล้ว
กลายเป็นประเด็นที่ประชาชนหลายคนกังวลว่า การนำ "สูติบัตร" หรือใบเกิดไปเคลือบพลาสติกเพื่อป้องกันความเสียหาย จะทำให้เอกสารกลายเป็นโมฆะหรือใช้งานไม่ได้หรือไม่? ล่าสุด กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาขี้แจงชัดเจนเพื่อคลายความกังวลในเรื่องนี้
กรมการปกครองยืนยัน สูตรบัตรเคลือบแล้ว "ไม่เสียสิทธิ์"
เพจเฟซบุ๊ก “กรมการปกครอง fanpage” ระบุว่า สูติบัตรเป็นเอกสารทะเบียนราษฎรที่นายทะเบียนออกให้ตามกฎหมายเพื่อยืนยันการเกิดและสถานะบุคคล การเคลือบพลาสติกไม่ทำให้เอกสารเสียสภาพความเป็นกฎหมาย และยังคงสามารถใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการติดต่อราชการและทำธุรกรรมต่างๆ ได้ เช่น:
- การสมัครเข้าเรียน
- การทำบัตรประจำตัวประชาชน
- การทำหนังสือเดินทาง (Passport)
- การขอรับสวัสดิการต่างๆ จากภาครัฐ
หากสูติบัตรใบนั้นออกโดยชอบตามกฎหมายทะเบียนราษฎร แม้จะเคลือบพลาสติกมาแล้ว ก็ยังถือเป็นเอกสารที่ใช้แสดงตนได้ตามปกติ ไม่เป็นโมฆะแต่ประการใด
เคลือบไปแล้วแต่อยาก "แก้ไขข้อมูล" ต้องทำอย่างไร?
คำถามที่ตามมาคือ หากมีความจำเป็นต้องแก้ไขชื่อ-นามสกุล หรือข้อมูลสำคัญในสูติบัตรที่ถูกเคลือบแข็งไปแล้วจะทำได้หรือไม่? กรมการปกครองได้ให้แนวทางปฏิบัติสำหรับนายทะเบียนไว้ 2 รูปแบบ ดังนี้:
- ใช้ปากกาเคมี : นายทะเบียนสามารถใช้ปากกาเคมีชนิดลบไม่ได้ (Permanent Marker) เขียนแก้ไขลงบนพื้นผิวพลาสติกที่เคลือบได้โดยตรง
- ใช้ใบแก้รายการ (ท.ร.31) : นายทะเบียนสามารถดำเนินการคัดและรับรองสำเนาคำร้อง ท.ร.31 ซึ่งเป็นเอกสารการแก้ไขรายการทางทะเบียน เพื่อให้เจ้าของเอกสารใช้แนบประกอบคู่กับสูติบัตรฉบับที่เคลือบพลาสติกไว้
ข้อควรระวังในการรักษาเอกสารสำคัญ
แม้การเคลือบจะไม่ทำให้เป็นโมฆะ แต่ผู้เชี่ยวชาญมักแนะนำให้ "ถ่ายเอกสาร" เก็บไว้ หรือเลือกใช้การ "ใส่ซองพลาสติกแบบถอดออกได้" แทนการเคลือบแข็งถาวร เพื่อความสะดวกในการตรวจสอบลายนิ้วมือสัมผัส หรือการปั๊มตราประทับเพิ่มเติมในอนาคต





