ฝุ่น PM2.5 วันนี้ กทม.-ปริมณฑล วิกฤตสีแดง! พบเกินมาตรฐาน 30 จังหวัดทั่วไทย ศกพ. เตือนอากาศปิดทำฝุ่นสะสมยาวถึง 2 ก.พ. นี้ แนะสวมหน้ากากและเช็กค่าฝุ่นด่วน
ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศประจำวันที่ 26 มกราคม 2569 เวลา 17:00 น. พบค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งสูงเกินมาตรฐานในหลายจังหวัดทั่วประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงภาคกลางที่ยังคงน่าเป็นห่วง
สรุปภาพรวมสถานการณ์ PM2.5 ทั่วประเทศ
จากการตรวจสอบพบว่ามีจังหวัดที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานครอบคลุมเกือบทุกภูมิภาค ดังนี้:
- กรุงเทพฯ และปริมณฑล : เกินมาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ วัดค่าได้ 33.7 - 78.0 มคก./ลบ.ม. (พบพื้นที่สีแดงที่เริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ)
- ภาคกลางและตะวันตก : เกินมาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ วัดค่าได้ 28.8 - 62.1 มคก./ลบ.ม.
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : เกินมาตรฐาน 8 พื้นที่ วัดค่าได้ 18.2 - 64.1 มคก./ลบ.ม.
- ภาคตะวันออก : เกินมาตรฐาน 5 พื้นที่ วัดค่าได้ 19.6 - 56.6 มคก./ลบ.ม.
- ภาคเหนือ : เกินมาตรฐาน 4 พื้นที่ วัดค่าได้ 11.2 - 42.8 มคก./ลบ.ม.
- ภาคใต้ : สถานการณ์ดีเยี่ยม คุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ดีมาก วัดค่าได้ 8.8 - 32.9 มคก./ลบ.ม.
รายชื่อจังหวัดที่ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
ประชาชนในจังหวัดต่อไปนี้ควรเตรียมพร้อมรับมือกับปริมาณฝุ่นที่เข้มข้น :
ปทุมธานี, กรุงเทพฯ, นนทบุรี, นครปฐม, สมุทรสาคร, สมุทรปราการ, แม่ฮ่องสอน, น่าน, พิษณุโลก, อุทัยธานี, สิงห์บุรี, ลพบุรี, สระบุรี, อ่างทอง, พระนครศรีอยุธยา, ราชบุรี, สมุทรสงคราม, เพชรบุรี, สระแก้ว, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, หนองคาย, ขอนแก่น, กาฬสินธุ์, มหาสารคาม, ร้อยเอ็ด, อุบลราชธานี, นครราชสีมา และสุรินทร์
คำแนะนำทางสุขภาพและการป้องกันตนเอง
ศกพ. ขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อลดความเสี่ยงทางระบบทางเดินหายใจ:
- ประชาชนทั่วไป : ควรลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง และสวมใส่หน้ากากป้องกันฝุ่น (N95) เมื่อต้องออกนอกอาคาร
- กลุ่มเสี่ยง (เด็ก, ผู้สูงอายุ, หญิงตั้งครรภ์, ผู้มีโรคประจำตัว) : ควรหลีกเลี่ยงการออกนอกบ้านโดยไม่จำเป็น หากมีอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก หรือระคายเคืองตา ให้รีบปรึกษาแพทย์ทันที
- พื้นที่สีแดง : หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งโดยเด็ดขาด
เจาะลึกคาดการณ์ฝุ่น PM2.5 ล่วงหน้า 7 วัน (27 ม.ค. - 2 ก.พ. 69)
จากการวิเคราะห์สภาพอากาศและทิศทางลมโดยศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) พบว่าประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วง "อากาศปิด" ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ฝุ่นละอองสะสมตัวได้ง่ายขึ้น โดยมีรายละเอียดรายภาคดังนี้:
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล: ระดับเฝ้าระวังสูงสุด
ในช่วงวันที่ 27 ม.ค. - 2 ก.พ. 69 พื้นที่ กทม. และปริมณฑลมีแนวโน้มสะสมของฝุ่นเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเช้ามืดและหัวค่ำ เนื่องจาก อัตราระบายอากาศอยู่ในเกณฑ์ต่ำ (Poor Ventilation) ลมสงบ และชั้นบรรยากาศใกล้ผิวพื้นมีลักษณะปิด (Inversion) ส่งผลให้ฝุ่นไม่สามารถลอยตัวขึ้นสู่บรรยากาศชั้นบนได้ ประชาชนในเขตเมืองที่มีการจราจรหนาแน่นควรระมัดระวังเป็นพิเศษ
17 จังหวัดภาคเหนือ: เริ่มเข้าสู่ฤดูเผาและสภาพอากาศนิ่ง
สถานการณ์ในภาคเหนือมีแนวโน้มขยับสูงขึ้นในช่วงปลายเดือนมกราคม เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมมีกำลังอ่อนลง ทำให้ลมที่พัดปกคลุมมีกำลังอ่อน ประกอบกับเริ่มมีการทำกิจกรรมในพื้นที่เกษตรกรรม จึงต้องเฝ้าระวังบางพื้นที่ที่อาจพุ่งสูงถึงระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (พื้นที่สีส้ม)
ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก
- ภาคกลางและตะวันตก : ยังคงเป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง "เข้มข้น" เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากลมที่พัดพาฝุ่นละอองจากพื้นที่ใกล้เคียงมาสะสม รวมถึงกิจกรรมการเผาในที่โล่ง
- ภาคอีสาน : มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในจังหวัดแถบชายแดนและจังหวัดใหญ่ที่มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจสูง โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 27-29 ม.ค. 69
- ภาคตะวันออก : พื้นที่แนวชายฝั่งอาจได้รับผลกระทบบางช่วงเวลา แต่ภาพรวมยังคงต้องเฝ้าระวังในจุดที่มีโรงงานอุตสาหกรรมและการจราจรหนาแน่น
ภาคใต้: "โซนปลอดภัย" หนึ่งเดียวในไทย
พื้นที่ภาคใต้ยังคงรักษาระดับคุณภาพอากาศได้ในเกณฑ์ "ดีถึงดีมาก" อย่างต่อเนื่องตลอด 7 วันข้างหน้า เนื่องจากมีกระแสลมช่วยระบายอากาศได้ดี และอิทธิพลจากลมทะเลที่ช่วยพัดพาฝุ่นละอองออกจากพื้นที่
สรุปปัจจัยที่ทำให้ฝุ่นพุ่งสูงช่วงปลายเดือนมกราคม
- สภาพอากาศปิด : มวลอากาศเย็นที่แผ่ลงมามีกำลังอ่อนลง ทำให้อากาศนิ่งและฝุ่นไม่กระจายตัว
- กิจกรรมการเผาในที่โล่ง : เริ่มมีการเคลียร์พื้นที่เกษตรกรรมในหลายจังหวัด
- การจราจรและการขนส่ง : ปริมาณไอเสียจากยานพาหนะในเขตเมืองใหญ่ยังคงเป็นแหล่งกำเนิดหลัก
ประชาชนควรเช็กค่าฝุ่นแบบ Real-time ผ่านแอปฯ Air4Thai ก่อนออกเดินทางทุกครั้ง และหากพบเห็นการเผาในที่โล่ง โปรดแจ้งสายด่วนกรมควบคุมมลพิษ 1650





