กรมอุทยานฯ สั่งเข้ม! มาตรการคัดกรองเที่ยวถ้ำทั่วประเทศ สกัดไวรัสนิปาห์ หลังระบาดหนักในต่างประเทศ ย้ำไทยยังไม่พบผู้ติดเชื้อ แต่ต้องเฝ้าระวังสูงสุด
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ออกแถลงการณ์ยกระดับมาตรการเฝ้าระวัง "ไวรัสนิปาห์" (Nipah Virus) ในพื้นที่ถ้ำและแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ หลังพบการระบาดในต่างประเทศ ย้ำไทยยังไม่พบผู้ติดเชื้อ แต่ขอให้นักท่องเที่ยวปฏิบัติตามกฎเหล็ก "ไม่ล่า ไม่หา ไม่กิน"
สถานการณ์ไวรัสนิปาห์ในประเทศไทยล่าสุด (มกราคม 2569)
ตามรายงานการแพร่ระบาดของ โรคไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus) ในประเทศอินเดีย มาเลเซีย และบังคลาเทศ เมื่อต้นปี พ.ศ. 2569 ซึ่งเป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนที่อันตรายและมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 70-100%
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้:
- ไทยยังปลอดภัย : ปัจจุบันยังไม่พบการติดเชื้อไวรัสนิปาห์ในคนหรือสุกรในประเทศไทย
- ผลการตรวจเชื้อในค้างคาว : พบเชื้อในค้างคาวไทยประมาณ 10-16% ซึ่งถือเป็นระดับปกติ (ต่ำกว่าประเทศที่มีการระบาดซึ่งพบสูงถึง 40%)
- ช่วงเวลาเฝ้าระวัง : เชื้อในค้างคาวไทยมักตรวจพบมากในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม
5 มาตรการป้องกันไวรัสนิปาห์ สำหรับนักท่องเที่ยวเที่ยวถ้ำ
เพื่อความปลอดภัยภายใต้หลัก "สุขภาพหนึ่งเดียว" (One Health) กรมอุทยานฯ ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวที่เข้าชมถ้ำหรือพื้นที่ที่มีค้างคาว ปฏิบัติตามข้อกำหนด ดังนี้
1. การแต่งกายชุดป้องกัน (PPE แบบลำลอง)
- สวมหน้ากากอนามัย (แนะนำระดับ N95)
- สวมแว่นตาป้องกัน และถุงมือ
- สวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว และรองเท้าหุ้มส้น เพื่อป้องกันการสัมผัสปัสสาวะหรือมูลค้างคาว
2. กฎเหล็ก "ไม่ล่า ไม่หา ไม่กิน"
- ห้ามจับ หรือสัมผัสสัตว์ป่าด้วยมือเปล่า
- ห้ามนำอาหาร และเครื่องดื่มเข้าไปรับประทานในถ้ำเด็ดขาด
- ห้ามกินผลไม้ ที่มีรอยกัดแทะของสัตว์ป่า
3. การรักษาความสะอาด
หากสัมผัสสารคัดหลั่งหรือมูลค้างคาว ให้รีบล้างด้วยน้ำสบู่ทันที หากมีบาดแผลต้องรีบทำความสะอาดด้วยยาฆ่าเชื้อและปรึกษาแพทย์
4. การเฝ้าระวังอาการ
หากมีอาการ ไข้สูง ปวดศีรษะรุนแรง หรือมีปัญหาทางระบบทางเดินหายใจ ภายใน 4-14 วันหลังจากเข้าพื้นที่ถ้ำ ให้รีบพบแพทย์ทันที พร้อมแจ้งประวัติการเดินทาง
5. มาตรการคัดกรองเข้มงวด
อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และสวนพฤกษศาสตร์ทั่วประเทศ จะเพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองการแต่งกายและประชาสัมพันธ์ให้ความรู้อย่างใกล้ชิด
กรมอุทยานฯ ยืนยันว่าธรรมชาติยังคงท่องเที่ยวได้ตามปกติ หากนักท่องเที่ยวมีความเข้าใจและป้องกันตนเองอย่างถูกวิธี การปฏิบัติตามคำแนะนำข้างต้นจะช่วยลดความเสี่ยงการแพร่กระจายเชื้อจากสัตว์สู่คนได้เกือบ 100%
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : โปรดติดตามข่าวสารจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หรือสายด่วนพิทักษ์ป่า 1362





