สนามบินสุวรรณภูมิ คัดกรองเข้ม! สกัดไวรัสนิปาห์จากอินเดีย วัดไข้-เฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง 21 วัน ยันไทยยังไม่พบผู้ป่วย พร้อมวางมาตรการเชิงรุกสร้างความมั่นใจ
วันนี้ (25 ม.ค. 69) อัปเดตสถานการณ์ ไวรัสนิปาห์ ล่าสุด ด่านควบคุมโรคต่อระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และ ท่าอากาศยานดอนเมือง วางมาตรการสกัด "ไวรัสนิปาห์" โดยเริ่มดำเนินการคัดกรองผู้เดินทางจากเวสต์เบงกอล ประเทศอินเดีย ตามมาตรการ ได้รับความร่วมมืออย่างดีจาก ผู้โดยสารที่ผ่านช่องทางการตรวจคนเข้าเมือง การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระบุว่า ดำเนินการคัดกรองผู้โดยสารขาเข้าด้วยเครื่องเทอร์โมสแกน พร้อมแจกบัตรคำแนะนำด้านสุขภาพ (Health Beware Card) และประสานความร่วมมือกับด่านตรวจคนเข้าเมือง เพื่อตรวจสอบประวัติการเดินทางของผู้โดยสารจากพื้นที่เฝ้าระวังในช่วง 14 - 21 วัน
ขณะนี้ยังไม่พบผู้โดยสารเข้าเกณฑ์ผู้ป่วยต้องสงสัย (PUI) โดยมาตรการดังกล่าวเป็นการเฝ้าระวังเชิงป้องกันตามหลักสาธารณสุข และยังไม่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการผู้โดยสารโดยรวม ย้ำความปลอดภัยและความมั่นใจของผู้โดยสารเป็นสำคัญ
ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยหรือประสงค์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อกองด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โทรศัพท์หมายเลข 0 2132 0139 - 40
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยมาตรการรับมือ สถานการณ์ไวรัสนิปาห์ ดังนี้
1) เสริมความเข้มแข็งระบบเฝ้าระวัง
1.1. ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ : คงและยกระดับการคัดกรองผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยง โดย
- ผู้ป่วยส่งต่อข้ามประเทศจากอินเดีย/บังกลาเทศ ตรวจหาเชื้อไวรัสนิปาห์ก่อนเข้าประเทศ
- ผู้เดินทางจากรัฐ West Bengal กรอกเอกสารสถานะสุขภาพ (ต.ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ
- คัดกรอง ณ จุดเข้าเมืองหลัก (สุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต) ด้วยการวัดอุณหภูมิและประเมินอาการ
- พบผู้ป่วยสงสัย แยกกักและส่งต่อ รพ.รัฐที่กำหนด / พบผู้สัมผัสเสี่ยงสูง กักกันในสถานกักกันรัฐ
- สื่อสารคำแนะนำผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยงผ่านสื่อ ณ ด่านฯ และช่องทางอิเล็กทรอนิกส์
1.2. สถานพยาบาล : เพิ่มความไวการเฝ้าระวัง ปรับแนวทางให้ชัดเจน ครอบคลุมการรักษา การเฝ้าระวัง–สอบสวนโรค และแจ้งเตือนแพทย์ โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติเดินทาง/สัมผัสเสี่ยง
1.3. ชุมชน : เสริมระบบแจ้งเตือนผ่าน อสม./อสส. เพื่อรายงานเหตุผิดปกติในพื้นที่
2) เตรียมพร้อมรองรับผู้ป่วย/ผู้ป่วยสงสัย
- ห้องปฏิบัติการ : ยกระดับความพร้อมการตรวจระดับ BSL-3 และกำหนดแนวทางกลาง โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตาม พ.ร.บ.เชื้อโรคและพิษจากสัตว์ฯ
- สถานพยาบาล : เตรียมห้องแยกควบคุมการติดเชื้อและอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล
- การป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล : แยกกักผู้ป่วยต้องสงสัย ใช้ PPE ตามความเสี่ยง และจัดระบบส่งต่อ–เก็บสิ่งส่งตรวจอย่างปลอดภัย
3) สื่อสารความเสี่ยงเชิงรุก
- สื่อสารแจ้งแนวทางป้องกันโรคแก่ประชาชนทั่วไป
- ให้คำแนะนำผู้เดินทางไป–กลับอินเดียอย่างต่อเนื่อง
- ประสานภาคการท่องเที่ยวและโรงพยาบาลเอกชน เพื่อยกระดับการเฝ้าระวังและสร้างความเชื่อมั่น
4) บูรณาการ One Health
- ประสานกรมอุทยานแห่งชาติฯ กรมปศุสัตว์ และสถาบันวิชาการ เฝ้าระวังค้างคาวแม่ไก่/สัตว์เลี้ยง และเตรียมแผนตอบโต้เมื่อพบผู้ป่วยต้องสงสัย





