ยังไม่มียารักษา! อินเดียวิกฤต ไวรัสนิปาห์ Nipah Virus ระบาดหนัก เสี่ยงเสียชีวิตสูง 75% ไทยเฝ้าระวัง คนเดินทาง ไข้สูง สมองอักเสบ ภาวะหายใจล้มเหลว อาการโคม่า ใน 24 ชม. ตายได้
อัปเดตสถานการณ์โรคระบาดล่าสุด อินเดียวิกฤต "ไวรัสนิปาห์ Nipah Virus" ระบาดหนัก เสี่ยงเสียชีวิตสูง 75% ไทยสั่งเฝ้าระวังเข้ม คนเดินทาง มี "ไข้สูง" สมองอักเสบ ปอดอักเสบ เป็นอันตราย "ตายได้" ภาวะหายใจล้มเหลว อาการโคม่า ภายใน 24 ชม. ย้ำยังไม่มียารักษา เช็กระยะฟักตัว วิธีป้องกัน ก่อนสายเกินแก้
ทั่วโลกจับตา! เชื้อมัจจุราชจากค้างคาว “ไวรัสนิปาห์” (Nipah Virus) กลับมาเขย่าขวัญอีกครั้ง หลังพบผู้ติดเชื้อพุ่งในอินเดีย ด้านกรมควบคุมโรคไทย ประกาศยกระดับเฝ้าระวังด่านกักกันโรคทันที เตือนอันตรายถึงขั้นสมองอักเสบ-โคม่า ภายใน 24 ชม. เผยยังไม่มีวัคซีนรักษา
สถานการณ์ล่าสุด อินเดียสั่งกักตัวนับร้อย หลังไวรัสนิปาห์คร่าชีวิต
นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยรายงานด่วนจากประเทศอินเดีย พบผู้ป่วยยืนยันแล้ว 5 ราย ในรัฐเวสต์เบงกอล และมีการสั่งกักตัวผู้สัมผัสใกล้ชิดสูงถึง 180 คน เนื่องจากไวรัสชนิดนี้มีความรุนแรงสูง มีอัตราการเสียชีวิต (Fatality Rate) สูงถึง 40-75% ซึ่งถือว่าอันตรายกว่าโควิด-19 หลายเท่าตัว
ประเทศไทยยังไม่พบผู้ติดเชื้อในขณะนี้ แต่ทางกองระบาดวิทยาได้ประสานงานกับองค์การอนามัยโลก (WHO) อย่างใกล้ชิด พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ประจำการ ณ ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ เพื่อคัดกรองผู้เดินทางที่มีอาการ “ไข้สูงผิดปกติ” อย่างเข้มงวด
เช็กด่วน อาการติดเชื้อไวรัสนิปาห์ ระยะฟักตัวนานแค่ไหน?
ความน่ากลัวของไวรัสนิปาห์คือ อาการที่ลุกลามอย่างรวดเร็ว โดยผู้ป่วยจะมีอาการตั้งแต่น้อยไปจนถึงขั้นวิกฤต ดังนี้
- ระยะแรก (คล้ายไข้หวัด): มีไข้สูง, ปวดศีรษะรุนแรง, ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ, อาเจียน และเจ็บคอ
- ระยะวิกฤต (ทำลายระบบประสาท): ง่วงซึม, มึนงง, ระดับความรู้สึกตัวเปลี่ยนแปลง
- ขั้นรุนแรง: สมองอักเสบเฉียบพลัน, ชัก และอาจเข้าสู่ ภาวะโคม่าเสียชีวิตภายใน 24-48 ชั่วโมง
- ระยะฟักตัว: ส่วนใหญ่ 4-14 วัน แต่อาจนานได้ถึง 45 วัน ในบางราย
คำเตือนจากแพทย์: แม้ผู้ที่รอดชีวิตมาได้ แต่อาจต้องเผชิญกับผลกระทบทางระบบประสาทระยะยาว เช่น โรคลมชัก หรือบุคลิกภาพที่เปลี่ยนไปตลอดชีวิต
3 ทางเดินเชื้อ “จากสัตว์สู่คน” ที่ต้องระวังให้หนัก
- สัมผัสสัตว์โดยตรง: โดยเฉพาะ ค้างคาวผลไม้ (แหล่งรังโรคหลัก) และ สุกร ผ่านน้ำลาย ปัสสาวะ หรือเลือด
- อาหารปนเปื้อน: ระวังการกินผลไม้ที่มีรอยกัดแทะ หรือดื่มน้ำช่อดอกมะพร้าว/อินทผลัมที่ค้างคาวอาจถ่ายมูลใส่
- คนสู่คน: ติดต่อผ่านสารคัดหลั่ง น้ำลาย หรือเสมหะของผู้ป่วย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ดูแลและบุคลากรทางการแพทย์
วิธีป้องกัน "ไวรัสนิปาห์" ก่อนสายเกินแก้
ในปัจจุบัน “ยังไม่มีวัคซีนและยารักษาเฉพาะทาง” การป้องกันที่ดีที่สุดคือ
- ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หลังจากสัมผัสสัตว์หรืออยู่ในพื้นที่เสี่ยง
- งดกินผลไม้ที่มีรอยแทะ หรือผลไม้ที่ตกอยู่ตามพื้นดินเด็ดขาด
- ปรุงอาหารให้สุก และล้างผักผลไม้ให้สะอาดทุกครั้งก่อนรับประทาน
- เลี่ยงการสัมผัสค้างคาว หรือสัตว์ป่วยตายผิดปกติในพื้นที่
หากท่านมีประวัติเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง หรือมีอาการไข้สูงร่วมกับอาการทางระบบประสาท ควรรีบพบแพทย์ทันทีและแจ้งประวัติการเดินทางอย่างละเอียด หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422





