วันเสาร์ ที่ 14 มีนาคม 2569

Login
Login

คมนาคม สรุปเหตุ 'เครนถล่ม' ทับรถไฟ-M82 รู้ผล 7 วัน แถลงชัด 23 ม.ค. นี้

คมนาคม สรุปเหตุ 'เครนถล่ม' ทับรถไฟ-M82 รู้ผล 7 วัน แถลงชัด 23 ม.ค. นี้

คืบหน้าสอบเหตุเครนถล่มทับรถไฟสีคิ้วและมอเตอร์เวย์ M82 คมนาคมจ่อแถลงสาเหตุวิศวกรรม 23 ม.ค. นี้ เล็งเพิ่มเงื่อนไข TOR บอกเลิกสัญญาได้ทันทีหากประมาทจนมีผู้เสียชีวิต

วันนี้ (20 ม.ค. 69) นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านทางหลวง ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เปิดเผยถึง ความคืบหน้าการประชุมการตรวจสอบเหตุเครนก่อสร้างพังถล่มทับขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 บริเวณช่วงสถานีหนองน้ำขุ่น–สีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา รวมถึงอุบัติเหตุโครงสร้างเหล็ก (Launching Gantry : LG) ในโครงการทางยกระดับ สายเอกชัย–บ้านแพ้ว หรือมอเตอร์เวย์ M82 ตอน 7 ว่า ขณะนี้คณะกรรมการอยู่ระหว่างรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงวิศวกรรมจากการลงพื้นที่ของผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่าย

นายจิระพงศ์ กล่าวว่า ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมจากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และกรมทางหลวง ได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลจากสถานที่เกิดเหตุจริง ทั้งจากภาพถ่าย เอกสาร และการตรวจสภาพจริง เพื่อนำมาวิเคราะห์หาสาเหตุและข้อเท็จจริงของทั้ง 2 เหตุการณ์ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร และ จากการลงพื้นที่เบื้องต้น พบว่ามีประเด็นทางวิศวกรรมที่ต้องพิจารณา 2–3 ประเด็นในแต่ละจุดเกิดเหตุ อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถสรุปหรือฟันธงสาเหตุได้ เนื่องจากต้องให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้พิจารณาข้อเท็จจริงบนพื้นฐานหลักฐานเชิงประจักษ์
 

นายจิระพงศ์ กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้คณะกรรมการต้องรายงานข้อสรุปเบื้องต้นภายใน 7 วัน เพื่อชี้แจงต่อสาธารณะว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นจากสาเหตุใดในเชิงวิศวกรรม ทั้งนี้ในวันที่ 22 มกราคม 2569 คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงฯ จะประชุมสรุปสาเหตุทางด้านวิศวกรรมในเบื้องต้น และจะรายงานให้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รับทราบ และ นายพิพัฒน์ จะเป็นผู้แถลงรายละเอียดข้อเท็จจริงด้วยตนเองในวันที่ 23 มกราคม 2569 ที่กระทรวงคมนาคม เวลา 9.00 น.

“ข้อมูลที่ได้ในวันนี้ถือว่ามีความคืบหน้าอย่างมาก เกือบครบถ้วนในหลายประเด็น แต่ในช่วง 7 วันนี้ จะเป็นการอธิบายสาเหตุเชิงวิศวกรรมก่อน ยังไม่ใช่การลงลึกว่าใครทำอะไร หรือความรับผิดของบุคคลใด เพราะคณะกรรมการยังไม่ได้เข้าสู่ขั้นตอนการสอบปากคำ” นายจิระพงศ์ กล่าว
 

นายจิระพงศ์ กล่าวว่า หลังจากครบกำหนด 7 วัน ในการหาสาเหตุเชิงวิศวกรรม คณะกรรมการจะเดินหน้าการตรวจสอบเชิงลึกในรายละเอียดต่อไป ซึ่งจะมีการกำหนดกรอบเวลาประมาณ 45 วัน เพื่อหาความเชื่อมโยง ความรับผิด และแนวทางดำเนินการต่อไปในเชิงกฎหมายหรือสัญญา โดยระหว่างนั้นจะมีการประชุมติดตามความคืบหน้าทุก 2 สัปดาห์ รวมถึงการเชิญผู้เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการเอกชนเข้ามาชี้แจง เมื่อมีเอกสารและพยานหลักฐานพร้อม

นายจิระพงศ์ กล่าวว่า สำหรับข้อสงสัยเรื่องคุณภาพของเครนหรือโครงสร้างเหล็ก ผู้เชี่ยวชาญได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและทดสอบความสามารถในการรับน้ำหนักแล้ว เบื้องต้นยังไม่พบประเด็นว่าโครงสร้างไม่สามารถรับน้ำหนักได้ แต่ยังต้องรอเอกสารและผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการก่อนจะสื่อสารต่อสาธารณะ ย้ำว่า การสื่อสารของคณะกรรมการต้องตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงที่มีหลักฐานรองรับ เนื่องจากการให้ข้อมูลต่อสาธารณะถือเป็นการ ‘ประทับตรา’ ข้อเท็จจริง หากยังไม่ชัดเจนจะไม่ควรนำออกมาเผยแพร่

นายจิระพงศ์ กล่าวว่า สำหรับมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ ที่ประชุมได้มีการหารือแนวทางเบื้องต้น เช่น การพิจารณาปิดพื้นที่ก่อสร้างบางช่วงเพื่อความปลอดภัย และเพิ่มเงื่อนไขในขอบเขตงาน (TOR) การประมูลโครงการหลังจากนี้ว่า หากเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงในระหว่างการก่อสร้างจนมีผู้เสียชีวิต เจ้าของสัญญาสามารถบอกเลิกสัญญาได้ เป็นต้น โดยข้อเสนอเหล่านี้จะถูกรวบรวมเพื่อนำเสนอเป็นแนวทางป้องกันในระยะต่อไป