GISTDA เผยจุดความร้อนไทยพุ่ง 316 จุด พื้นที่เกษตรแชมป์สูงสุด! จับตาฝุ่นข้ามพรมแดนหลังพบกัมพูชาวิกฤตเกือบพันจุด เสี่ยงกระทบค่า PM 2.5 ทั่วประเทศ
วันนี้ (20 ม.ค. 69) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA รายงานสถานการณ์จุดความร้อน (Hotspot) ล่าสุดจากการวิเคราะห์ข้อมูลดาวเทียม พบค่าจุดความร้อนในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยพื้นที่เกษตรยังคงเป็นจุดที่น่ากังวลที่สุด
สรุปสถานการณ์จุดความร้อนในประเทศไทย
จากการตรวจสอบข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี (Suomi NPP) ด้วยระบบ VIIRS เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา พบจุดความร้อนในประเทศไทยรวมทั้งสิ้น 316 จุด โดยแบ่งตามประเภทพื้นที่ได้ดังนี้:
- พื้นที่เกษตร 141 จุด
- พื้นที่เขต สปก. 72 จุด
- ป่าสงวนแห่งชาติ 48 จุด
- พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ 39 จุด
- พื้นที่ริมทางหลวง 9 จุด
- พื้นที่ป่าอนุรักษ์ 7 จุด
จากสถิติดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า กิจกรรมในพื้นที่เกษตรกรรมและการเตรียมพื้นที่เพาะปลูกยังคงเป็นสาเหตุหลักของการเกิดจุดความร้อน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อปัญหาฝุ่นควันและ PM 2.5 ในหลายพื้นที่
สถานการณ์เพื่อนบ้าน : กัมพูชา-พม่า ยังวิกฤต
ในส่วนของภาพรวมภูมิภาคอาเซียน พบว่าประเทศเพื่อนบ้านยังมีจำนวนจุดความร้อนสูงกว่าไทยอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจส่งผลกระทบเรื่องฝุ่นควันข้ามพรมแดน ได้แก่
- กัมพูชา 904 จุด
- พม่า 511 จุด
- เวียดนาม 331 จุด
- ลาว 222 จุด
- มาเลเซีย 23 จุด
การเฝ้าระวังและข้อควรระวัง
GISTDA ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและใช้เทคโนโลยีอวกาศในการส่งต่อข้อมูลให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนบริหารจัดการเชื้อไฟและระงับเหตุในพื้นที่เสี่ยงอย่างทันท่วงที ขอให้ประชาชนในพื้นที่ที่มีจุดความร้อนสะสมหนาแน่น ระวังสุขภาพจากกลุ่มควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก





