พัวพันคดีอื้อ ผงะ 74 คดีฉ้อโกง ตำรวจพลิกนนทบุรีล่า หนุ่มบัญชีม้า 2 หมายจับ
พัวพันคดีอื้อ ผงะ 74 คดีฉ้อโกง ตำรวจพลิกนนทบุรีล่า หนุ่มบัญชีม้า 2 หมายจับ
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ได้ร่วมกันจับกุม นาย ช อายุ 47 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดอุบลราชธานีและศาลจังหวัดศรีสะเกษ รวม 2 หมายจับ ในความผิดฐาน
- เป็นผู้สนับสนุนฉ้อโกงประชาชน
- เป็นผู้สนับสนุนนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมฯ
- ยินยอมเปิด หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากฯ
- ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น
- นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมฯ
โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง ในซอยสามัคคี ต.ท่าทราย อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี
พฤติการณ์สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายหลายรายถูกมิจฉาชีพหลอกลวงผ่านทางเฟซบุ๊ก โดยคนร้ายจะสร้างเพจปลอมขึ้นมา เช่น เพจรับซื้อรองเท้ามือสอง หรือเพจขายสินค้าสำหรับเด็กมือสอง เมื่อผู้เสียหายสนใจติดต่อเข้าไป
คนร้ายจะชักชวนให้เข้าไปพูดคุยต่อในแอปพลิเคชันไลน์ และหลอกลวงให้ผู้เสียหาย “สร้างเครดิตร้านค้า” เพื่อที่จะสามารถทำการซื้อขายสินค้าได้ โดยจะเริ่มจากการให้โอนเงินจำนวนน้อยๆ ก่อน แล้วแสดงผลตอบแทนให้เห็นในระบบปลอมที่สร้างขึ้น เพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อว่าได้เงินจริง
จากนั้นจะหลอกให้โอนเงินเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ด้วยข้ออ้างต่างๆ เช่น การสำรองเงินซื้อสินค้า หรือการทำภารกิจเพิ่มเครดิต แต่เมื่อผู้เสียหายพยายามจะถอนเงินออกจากระบบ
คนร้ายจะอ้างว่าผู้เสียหายทำผิดกฎระเบียบ หรือกรอกข้อมูลผิดพลาด ทำให้ไม่สามารถถอนเงินได้ และจะต้องโอนเงินเพิ่มเพื่อเป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดดังกล่าว ซึ่งเป็นอุบายเพื่อหลอกลวงเอาเงินจากผู้เสียหายไปเรื่อยๆ จนผู้เสียหายรู้ตัวว่าถูกหลอก
โดยในคดีนี้มีผู้เสียหายรายหนึ่งเป็นหญิงสูงวัยอายุ 71 ปี ที่ต้องการขายรองเท้ามือสอง ถูกหลอกให้โอนเงินไปหลายครั้ง รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 177,880 บาท
และอีกรายที่ต้องการขายคาร์ซีทเด็ก ก็ถูกหลอกในลักษณะเดียวกัน สูญเงินไปกว่า 20,080 บาท ซึ่งเงินที่ผู้เสียหายโอนไปนั้น ถูกโอนเข้าไปยังบัญชีของผู้ต้องหารายนี้
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนขยายผลจนทราบว่า นาย ช เป็นหนึ่งในกลุ่มคนไทย 18 คน ที่ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวได้ขณะลักลอบข้ามแดนจากประเทศกัมพูชากลับเข้าประเทศไทย โดยกลุ่มคนดังกล่าวให้การว่าถูกหลอกไปทำงานเป็นแอดมิน แต่กลับถูกบังคับให้เปิดบัญชีธนาคารเพื่อใช้เป็นบัญชีม้าสำหรับแก๊งคอลเซ็นเตอร์
และเมื่อตรวจสอบประวัติในระบบรับแจ้งความออนไลน์ พบว่า มีความเชื่อมโยงกับคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในลักษณะนี้มากถึง 74 คดี
เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานและติดตามจับกุมตัวได้ในที่สุด ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุบลราชธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
การปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น ผกก.5 บก.ป. สั่งการให้ พ.ต.ท.กิตติบดินทร์ กิมเซียะ สว.กก.5 บก.ป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. ดำเนินการ





