"พิพัฒน์" สั่งเร่งจ่าย 1.5 ล้าน เยียวยาเหยื่อเครนรถไฟความเร็วสูงถล่มสีคิ้ว ย้ำเงินต้องถึงมือทันที ลดขั้นตอนเอกสารเพื่อผู้สูญเสีย 30 ราย พร้อมดูแลผู้บาดเจ็บเต็มที่
คมนาคมเร่งเยียวยาผู้ประสบเหตุเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถด่วนที่ 21 บริเวณสีคิ้ว ย้ำชัด "เงินต้องถึงมือประชาชนก่อน" เผยยอดเสียชีวิตรวม 30 ราย จ่ายเบื้องต้นรายละ 1.51 ล้านบาท พร้อมดูแลผู้บาดเจ็บเต็มที่
วันนี้ (19 ม.ค. 69) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมเร่งรัดการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุบัติเหตุเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถไฟด่วนพิเศษที่ 21 (กรุงเทพฯ–อุบลราชธานี) เมื่อวันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา ณ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา
ย้ำ "เยียวยาต้องทำทันที" ลดขั้นตอนราชการ
โดยที่ประชุมยืนยันมาตรการปฏิบัติเร่งด่วน ที่นายพิพัฒน์ได้สั่งการให้สำนักงาน คปภ. และบริษัท ทิพยประกันภัย เร่งรัดการจ่ายเงินเยียวยาเบื้องต้น จากกรมธรรม์ประกันภัยประเภท CAR ของผู้รับเหมา กรณีผู้เสียชีวิต รายละ 1,000,000 บาท จ่ายทันที ลดขั้นตอนเอกสารให้เหลือน้อยที่สุด และไม่ให้ครอบครัวผู้สูญเสียต้องรอหรือวิ่งตามระบบราชการ
โดยสรุปสถานการณ์ผู้ประสบเหตุ (ข้อมูล ณ 19 ม.ค. 2569) ผู้ประสบเหตุรวม 161 ราย เสียชีวิต 30 ราย (ยืนยันตัวตนครบแล้ว) ผู้โดยสาร 29 ราย / พนักงานผู้รับเหมา 1 ราย ผู้บาดเจ็บ 69 ราย กลับบ้านแล้ว 54 ราย และ ยังรักษาตัวในโรงพยาบาล 15 ราย
ส่วนเงินเยียวยากรณีเสียชีวิต (ที่ยืนยันแล้ว ณ ขณะที่ข้อมูล ถึงกระทรวงคมนาคม )
- เงินสงเคราะห์พระราชทาน (อยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์) 20,000 บาท
- กรมธรรม์ประกันภัย 1,000,000 บาท
- การรถไฟแห่งประเทศไทย 340,000 บาท
- บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวลลอปเมนต์ จำกัด (มหาชน) 150,000 บาท
รวมเงินช่วยเหลือที่ยืนยันแล้วไม่น้อยกว่า 1,510,000 บาทต่อราย
ดูแลผู้บาดเจ็บและยกระดับความปลอดภัยในอนาคต
ทั้งนี้ ยังอาจมีเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมจากหน่วยงานอื่น อาทิ พ.ร.บ. ค่าตอบแทนผู้เสียหาย กองทุนช่วยเหลือผู้เสียหายในคดีอาญา กองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย และสิทธิประโยชน์ด้านประกันสังคม ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียด
นายพิพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้บาดเจ็บทุกรายอยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์ และได้รับการรักษาอย่างเต็มที่ และยังมีในส่วนของ ค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลอยู่ภายใต้ความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัย ซึ่งมีวงเงินรวมกว่า 583 ล้านบาท สามารถรองรับค่าใช้จ่ายได้ทั้งหมด
พร้อมกันนี้ กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างศึกษาแนวทาง บรรจุประกันการเดินทาง รวมในค่าตั๋วรถไฟ เพื่อให้ผู้โดยสารรับทราบสิทธิการเยียวยาที่ชัดเจนทันที หากเกิดเหตุในอนาคต และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยระบบขนส่งสาธารณะของประเทศ





