วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

เทรดหุ้นทองคำ อ้างร้านทองดังโกงพันล้าน จับหญิงวัยเกษียณร่วมแก๊ง

เทรดหุ้นทองคำ อ้างร้านทองดังโกงพันล้าน จับหญิงวัยเกษียณร่วมแก๊ง

แฉ! ลงทุนเทรดหุ้นทองคำ อ้างร้านทองชื่อดัง ตรวจสอบเงินหมุนเวียนพันล้านบาท ตำรวจบุกจับหญิงผู้สูงอายุวัยเกษียณร่วมแก๊งสแกมเมอร์

เปิดโปงแฉ! ลงทุนเทรดหุ้น เทรดทองคำ อ้างร้านทองชื่อดัง ตรวจสอบเงินหมุนเวียนพันล้านบาท ตำรวจบุกจับหญิง ผู้สูงอายุวัยเกษียณ ร่วมแก๊งสแกมเมอร์

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ร่วมกันจับกุม น.ส. อ อายุ 63 ปี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 3622/2566 ลงวันที่ 4 ตุลาคม 2566 ในความผิดฐาน

  • ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน
  • ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น
  • ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จฯ
  • ร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน

สามารถจับกุมได้ที่บริเวณด้านหน้าสถานีตำรวจ ต.ท่าบ่อ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย

พฤติการณ์คือ เมื่อประมาณปี 2566 คนร้ายได้สร้างเพจเฟซบุ๊กปลอมของ ร้านทองชื่อดัง โพสต์ชักชวนให้ประชาชนร่วมลงทุนเทรดหุ้นทองคำ โดยอ้างผลกำไรสูงถึงร้อยละ 20-30 ของเงินลงทุนเพื่อจูงใจ

ในช่วงแรกผู้เสียหายได้รับผลตอบแทนจริง แต่ต่อมากลับไม่สามารถถอนเงินออกจากระบบได้ คนร้ายอ้างเหตุผลต่าง ๆ นานา ก่อนจะตัดการติดต่อไปในที่สุด

ทำให้มีผู้เสียหายจำนวนมากหลงเชื่อและโอนเงินไปรวมมูลค่าความเสียหายกว่า 4 ล้านบาท

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด จนนำไปสู่การเปิดปฏิบัติการครั้งสำคัญในชื่อ “CIB Anti-Online Scam ขุดรากแก๊งปลอมเพจหลอกชวนเทรดหุ้น”

ซึ่งได้ทำการสืบสวนขยายผลจนสามารถออกหมายจับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดได้ทั้งหมด 50 ราย และก่อนหน้านี้สามารถทำการจับกุมผู้ต้องหาในเครือข่ายนี้ไปแล้ว 26 ราย โดยในจำนวนนี้มีผู้ต้องหาคนสำคัญเป็นหัวหน้าระดับสั่งการชาวจีนรวมอยู่ด้วย 4 ราย

พร้อมทั้งได้ตรวจยึดของกลางที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดได้เป็นจำนวนมาก อาทิ

  • สมุดบัญชีธนาคาร
  • ซิมการ์ดโทรศัพท์
  • เครื่องคอมพิวเตอร์
  • ทรัพย์สินอื่นๆ อีกหลายรายการ

รวมมูลค่าของกลางที่ยึดได้กว่า 30 ล้านบาท และจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของขบวนการดังกล่าว พบว่ามีเงินหมุนเวียนในระบบสูงถึงกว่า 1,200 ล้านบาท

ต่อมา เจ้าพนักงานตำรวจได้ทำการสืบสวนขยายผลเพิ่มเติม จนสามารถทำการจับกุม น.ส. อ ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือข่ายผู้ต้องหาได้เพิ่มเติมอีก 1 ราย จึงได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่ยอมรับว่าเมื่อประมาณปี 2566 ได้มี น.ส.ใหม่ ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง เข้ามาติดต่อชักชวนให้เปิดซิมการ์ดโทรศัพท์ โดยให้ทำการสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตน และได้รับค่าตอบแทน 200 บาท แต่ไม่เคยได้รับซิมการ์ดดังกล่าวแต่อย่างใด

จนกระทั่งมาถูกจับกุมจึงทราบว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการยืนยันตัวตนเพื่อเปิดบัญชีธนาคารออนไลน์ และลงทะเบียนซิมการ์ดเพื่อผูกกับบัญชีธนาคาร ก่อนที่บัญชีจะถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิด

การปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.วิญญู แจ่มใส รรท.ผกก.3 บก.ปอศ. สั่งการให้ พ.ต.ต.วชิรเชษฐ์ อัครธีระพงศ์ สว.กก.3 บก.ปอศ. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปอศ. ดำเนินการ

อ้างอิง CIB