กรมควบคุมโรค เผย พบผู้ป่วย 'โรคฝีดาษวานร' สะสมตั้งแต่ปี 65 - ปัจจุบัน เกือบ 1,000 คน เป็นเพศชายมากสุด 97% น่าห่วง! กทม. มีผู้ป่วยสูงสุด เร่งจัดสรรวัคซีนป้องกันกลุ่มผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง 4 พื้นที่
วันที่ 17 มกราคม 2569 กรมควบคุมโรค (คร.) พบผู้ป่วย 'โรคฝีดาษวานร' สะสมตั้งแต่ปี 2565 จนถึงปัจจุบันเกือบ 1,000 คน เพศชายมากที่สุด กระจายแต่ละพื้นที่ โดย กทม. มีผู้ป่วยสูงสุด รองลงมา ชลบุรี นนทบุรี ภูเก็ต ฯลฯ ส่วนใหญ่มีประวัติเสี่ยงจากการสัมผัสใกล้ชิด มีเพศสัมพันธ์กับบุคคลที่ไม่คุ้นเคย เดินหน้าให้ความรู้เชิงรุกกลุ่มพฤติกรรมเสี่ยง ล่าสุดได้รับวัคซีนจากอาเซียน 2,220 ขวด จัดสรรให้บุคลากรทางการแพทย์ และกลุ่มผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ 4 พื้นที่
ข้อมูลจาก 'กรมควบคุมโรค' เผยไทยพบ 'ผู้ป่วยโรคฝีดาษวานร' ตั้งแต่ปี 2565 จนถึงปัจจุบัน มีผู้ป่วยสะสมประมาณ 1,000 คน โดยส่วนใหญ่เป็นคนไทยในกลุ่มวัยทำงาน และเป็นเพศชายประมาณ 97% ขณะที่บางจังหวัดซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญพบผู้ป่วยทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ จึงมีการติดตามและดำเนินมาตรการควบคุมโรคอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง
โดยจำนวนผู้ติดเชื้อรายจังหวัดมากที่สุด คือ
- กรุงเทพมหานคร 458 คน (เป็นเพศชาย 454 คน เพศหญิง 4 คน)
- รองลงมา คือ ชลบุรี 85 คน (เป็นเพศชาย 84 คน เพศหญิง 1 คน)
- นนทบุรี 50 คน (เป็นเพศชาย 49 คน เพศหญิง 1 คน)
- ภูเก็ต 35 คน (เป็นเพศชาย 28 คน เพศหญิง 7 คน)
- สมุทรปราการ 32 คน (เป็นเพศชาย 30 คน เพศหญิง 2 คน)
นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรมควบคุมโรค ร่วมกับภาคีเครือข่าย ดำเนินมาตรการด้านการเฝ้าระวัง คัดกรอง และสอบสวนโรคในพื้นที่ ควบคู่กับการจัดบริการเชิงรุกในกลุ่มที่มีพฤติกรรมเสี่ยง พร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับโรคฝีดาษวานร เอชไอวี และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ส่งเสริมพฤติกรรมทางเพศที่ปลอดภัย รวมถึงแนะนำการเข้ารับวัคซีนป้องกันโรคฝีดาษวานรตามแนวทางกระทรวงสาธารณสุข
โดยกรมควบคุมโรคได้รับสนับสนุนวัคซีนจากอาเซียน จำนวน 2,220 ขวด และจัดสรรวัคซีนให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ ครอบคลุมทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม รวมถึงกลุ่มผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศใน 4 พื้นที่ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี เชียงใหม่ และภูเก็ต รวม 2,175 ขวด (ข้อมูล ณ วันที่ 16 มกราคม 2569)
พร้อมกันนี้ ขอแนะนำประชาชนดูแลและป้องกันตนเอง โดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่มีผื่นหรือตุ่มผิดปกติ รักษาความสะอาด ล้างมือบ่อย ๆ ไม่ใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น และหากมีอาการสงสัย เช่น มีไข้ ผื่น หรือตุ่มหนอง ควรรีบพบแพทย์และหลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้อื่น
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและคำแนะนำด้านสุขภาพจาก กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เพื่อร่วมกันลดความเสี่ยงและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคฝีดาษวานรในประเทศไทย หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422





