รฟท. จัดพิธีบังสุกุลอาลัยผู้เสียชีวิต เหตุเครนถล่มทับขบวนรถไฟ ที่ อ.สีคิ้ว ยืนยันดูแล-เยียวยาเต็มที่ ด้าน 'พิพัฒน์' สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ให้รายงานผลใน 15 วัน
วันนี้ (16 มกราคม 2569) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จัดพิธีบังสุกุลเพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลแก่ผู้เสียชีวิต จากเหตุอุบัติเหตุกรณีเครนก่อสร้างหล่นใส่ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 เส้นทางสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ - อุบลราชธานี โดยมีผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของการรถไฟฯ เข้าร่วมพิธี ในโอกาสนี้ เจ้าหน้าที่การรถไฟฯ ได้ร่วมกันยืนสงบนิ่ง เพื่อแสดงความอาลัยและแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความโศกเศร้า
การรถไฟแห่งประเทศไทย ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้น และขอยืนยันว่าพร้อมรับผิดชอบในการดูแล ช่วยเหลือ และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทุกฝ่ายอย่างเต็มที่ ทั้งในกรณีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องประสานงานและอำนวยความสะดวกแก่ญาติและครอบครัวอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าทุกท่านจะได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม และจะไม่ถูกทอดทิ้งในทุกขั้นตอน
พร้อมกันนี้ การรถไฟฯ จะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างละเอียด รอบคอบ และเคร่งครัด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง รวมถึงกำหนดแนวทางและมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะเดียวกันซ้ำขึ้นอีกในอนาคต โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของผู้โดยสารและประชาชนเป็นอันดับแรก
'พิพัฒน์' สั่งตั้งคกก.ตรวจสอบข้อเท็จจริง เหตุเครนก่อสร้างหล่นทับขบวนรถไฟ ให้รายงานผลใน 15 วัน
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคม แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อพิจารณาการปฏิบัติงานตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยในงานก่อสร้าง หาข้อเท็จจริง และสาเหตุของอุบัติเหตุกรณีเครนก่อสร้างในโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา สัญญาที่ 3-4 งานโยธาช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และช่วงกุดจิก-โคกกรวด หล่นทับขบวนรถไฟเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ได้กำหนดให้คณะกรรมการรายงานผลการตรวจสอบ ภายในระยะเวลา 15 วัน นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
รฟท. มอบเงินเยียวยาผู้เสียชีวิต รายละ 1,340,000 บาท
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่ง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้รายงานเหตุการณ์ดังกล่าวต่อคณะกรรมการรถไฟฯ เพื่อรับทราบ และพิจารณาแนวทางการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี โดยมอบหมายให้ฝ่ายเกี่ยวข้องนำเรื่องไปพิจารณา ซึ่งได้ข้อสรุปว่า กรณีผู้เสียชีวิต การรถไฟฯ และบริษัทผู้รับจ้าง จะมอบเงินเยียวยา จำนวน 1,340,000 บาทต่อราย
ส่วนกรณีผู้ได้รับบาดเจ็บ การรถไฟฯ จะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลจนกว่าอาการจะหาย และหากมีความเสียหายอื่น ๆ หรือทรัพย์สินสูญหาย ให้ผู้ได้รับผลกระทบยื่นเรื่องต่อการรถไฟฯ เพื่อพิจารณาชดใช้ค่าเสียหายเป็นรายกรณีต่อไป
พร้อมทั้งกำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะเดียวกันอีกในอนาคต ควบคู่กับการมอบหมายให้คณะกรรมการกลางพิจารณาเหตุอันตรายของการรถไฟฯ ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงไปพร้อมกัน





