background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

หลอกลงทุน 11 ล้าน ฟอกเงินเป็นทองคำส่งออกต่างประเทศ จับแล้ว 5

หลอกลงทุน 11 ล้าน ฟอกเงินเป็นทองคำส่งออกต่างประเทศ จับแล้ว 5

ภัยออนไลน์ หลอกลงทุน 11 ล้านบาท ฟอกเงินเป็นทองคำส่งออกต่างประเทศ ลุยบุกจับแก๊งสแกมเมอร์ต่างชาติ จับแล้ว 5 ราย

กรณีภัยออนไลน์ หลอกลงทุน 11 ล้าน ฟอกเงินเป็นทองคำส่งออกต่างประเทศ อายัดทัน 1 ล้าน ลุยบุกจับ แก๊งสแกมเมอร์ต่างชาติ

พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท., พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ชัชปัณฑกานต์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1, พล.ต.ต.คมกฤช สุขไทย ผบก.สอท.3

และ พล.ต.ต.ศิลา กาญจน์รักษ์ ผบก.สอท.5 พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าว ตำรวจไซเบอร์ รวบ แก๊งสแกมเมอร์ต่างชาติ หลอกคนไทยลงทุนกว่า 11 ล้าน พบฟอกเงินเป็นทองคำส่งออกต่างประเทศ และช่วยเหยื่อลงทุนออนไลน์ ตามอายัดทัน 1 ล้าน นำคืนผู้เสียหาย

สืบเนื่องจากผู้เสียหายหญิงรายหนึ่ง ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.3 บก.สอท.2 ว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอกลวงให้ลงทุนในตลาดหุ้น โดยเมื่อประมาณกลางเดือน ส.ค. 68 ที่ผ่านมา ผู้เสียหายได้รับสายโทรศัพท์จากมิจฉาชีพ อ้างว่าโทรมาจากบริษัทฯ แล้วได้แนะนำพร้อมชักชวนลงทุนในตลาดหุ้น ผู้เสียหายสนใจและหลงเชื่อจึงได้พูดคุยรายละเอียดกัน

จากนั้นคนร้ายได้ส่งลิงก์ที่อ้างว่าเป็นแพลตฟอร์มการลงทุนมาให้ผู้เสียหายกดลงทะเบียน แล้วทำตามขั้นตอนที่คนร้ายแนะนำ จากนั้นผู้เสียหายได้โอนเงินไปลงทุน โดยในเว็บไซต์ของมิจฉาชีพจะแสดงตัวเลขยอดเงินที่ลงทุน และยอดเงินรายได้สะสมที่สูงขึ้นตามเปอร์เซ็นที่ลงทุน เมื่อเห็นตัวเลขยอดเงินเพิ่มขึ้น

ผู้เสียหายเชื่อว่าได้ผลตอบแทนจริง จึงโอนเงินลงทุนเพิ่มไปทั้งสิ้น จำนวน 23 ครั้ง ปลายทาง 7 บัญชีธนาคาร และยังมีการนัดส่งมอบเงินสด อีกจำนวน 2 ครั้ง รวมความเสียหายทั้งสิ้น จำนวน 11,664,525.5 บาท

การส่งเงินสดครั้งแรกนั้น ได้มีชายลักษณะคล้ายแขกขาวมารับเงินจากผู้เสียหาย จำนวน 1,500,000 บาท ที่บ้านของผู้เสียหาย (ส่งมอบสำเร็จ) ต่อมา ได้มีการนัดรับเงินสด จำนวน 1,000,000 บาท เป็นครั้งที่ 2 แต่ผู้เสียหายไหวตัวทันจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ กระทั่งตำรวจไซเบอร์ได้ซ้อนแผนเข้าจับกุมผู้ต้องหาที่มารับเงินได้ 1 คน คือ นาย พ อายุ 34 ปี สัญชาติรัสเซีย ส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย

ต่อมา พ.ต.อ.ปกรณ์กิตติ์ ธนวรินทร์กุล ผกก.3 บก.สอท.2 ได้นำทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด ร่วมสืบสวนสอบสวนเพื่อขยายผล ทำให้พบว่า ยังมีผู้ร่วมขบวนการอีก จำนวน 8 คน และยังสืบสวนจนทราบตัวชายลักษณะคล้ายแขกขาวผู้ที่เคยมารับเงิน จำนวน 1,500,000 บาท ที่บ้านของผู้เสียหายก่อนหน้านี้ คือ นาย อ อายุ 36 ปี สัญชาติไทย เชื้อสายอินเดีย จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับ

กระทั่งล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาในขบวนการได้แล้ว รวมจำนวน 5 คน ได้แก่

1. นาย พ อายุ 34 ปี สัญชาติ รัสเซีย

2. นาย ณ อายุ 24 ปี สัญชาติ ไทย

3. นาย ม อายุ 31 ปี สัญชาติ อินเดีย

4. นาย อ อายุ 35 ปี สัญชาติ ไทย เชื้อสายอินเดีย

5. นาย ก อายุ 29 ปี สัญชาติ เมียนมา

ผู้ต้องหาอีก 3 ราย จากการสืบสวนพบว่าได้หลบหนีออกจากประเทศไทยไปแล้ว ได้แก่

1. นาย ช สัญชาติ มาเลเซีย

2. นาย ม สัญชาติ อินเดีย

3. นาย ร สัญชาติ อินเดีย

จากการสืบสวนติดตามเส้นทางการเงินของขบวนการดังกล่าว พบว่าเมื่อคนร้ายได้เงินมาแล้ว ได้นำไปซื้อหรือแลกเปลี่ยนเป็นทองคำเพื่อปกปิดอำพราง กับนาย อ  แล้วส่งออกไปต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนว่าใช้วิธีส่งออกไปอย่างไร รูปแบบใด และมีผู้ใครเป็นผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีก

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงดำเนินคดีผู้ต้องหาทั้งหมดฐาน

  • ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน
  • ร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมาลกฎหมายอาญา
  • สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน
  • ได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน
  • ร่วมกันฟอกเงิน

ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนอยู่ระหว่างประสานหน่วยงานระหว่างประเทศเพื่อติดตามตัวผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี รวมทั้งเร่งสืบสวนขยายผลเพิ่มเติม เพื่อนำตัวผู้ต้องหาพร้อมทั้งทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิด ส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย