วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

ทส.ตรวจสอบโรงงานไม้แปรรูปเมืองแปดริ้ว พบไม้ผิดกฎหมาย 600 ลบ.ม. มูลค่า 30 ล้าน

ทส.ตรวจสอบโรงงานไม้แปรรูปเมืองแปดริ้ว พบไม้ผิดกฎหมาย 600 ลบ.ม. มูลค่า 30 ล้าน

กรมป่าไม้ ทส.ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจค้นโรงงานแปรรูปไม้ในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา พบซุกไม้ท่อนและไม้แปรรูปเถื่อนกว่า 600 ลบ.ม. มูลค่า 30 ล้าน แจ้งดำเนินคดีตามกฎหมาย

กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจค้นโรงงานแปรรูปไม้ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ซิตี้ อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา พบไม้ท่อนและไม้แปรรูปเถื่อน ที่ไม่สามารถพิสูจน์แหล่งที่มาได้ตามกฎหมาย  โดยนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ ดำเนินการตามกฎหมายต่อเครือข่ายที่กระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 

ทั้งนี้ นายโกสิทธิ์ นิลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า ประสานงานกับผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 9 สาขาปราจีนบุรี และศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 1 (ภาคกลาง) กรมป่าไม้ เข้าร่วมตรวจสอบ หลังได้รับการประสานจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยมีการตรวจค้น ตามหมายค้นศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ 15-16/2569 ลงวันที่ 14 ม.ค. ภายในพื้นที่บริษัทเอกชน 2 แห่ง ในนิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ซิตี้ ต.หัวสำโรง อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา โดยมีผู้แทนบริษัท แสดงตัวเป็นผู้รับหมาย และนำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ

ผลการตรวจสอบเบื้องต้น พบไม้ท่อน และไม้แปรรูปจำนวนมาก มีปริมาตรประมาณ 600 ลูกบาศก์เมตร มูลค่าประมาณ 30 ล้านบาท และพบเลื่อยโซ่กำลังไฟฟ้า 2 เครื่อง โดยไม้ท่อนมีลักษณะใหม่ ไม่มีรอยตราประทับของรัฐบาลที่หน้าตัดไม้ บางส่วนมีลักษณะเคยเป็นสิ่งปลูกสร้างมาก่อน เช่น เสาบ้าน ขณะที่ไม้แปรรูปมีลักษณะใหม่เช่นเดียวกัน ขณะที่ผู้แทนบริษัทได้นำเอกสารใบอนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปไม้ โดยใช้เครื่องจักร และเอกสารแสดงการได้มาของไม้บางส่วน มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ 

ทส.ตรวจสอบโรงงานไม้แปรรูปเมืองแปดริ้ว พบไม้ผิดกฎหมาย 600 ลบ.ม. มูลค่า 30 ล้าน

จากการตรวจสอบแล้ว ไม่สามารถพิสูจน์แหล่งที่มาของไม้ทั้งหมดได้ ว่าได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยคณะเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 48 ประกอบมาตรา 73 และ 74 ฐาน “ภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ มีไม้แปรรูปชนิดอื่นเป็นจำนวนเกิน 0.20 ลูกบาศก์เมตร ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” และกระทำผิดตามมาตรา 69 วรรค 1 (1) , (2) ฐาน “มีไว้ในครอบครองซึ่งไม้หวงห้าม อันยังมิได้แปรรูปโดยไม่มีรอยตราค่าภาคหลวง หรือรอยตรารัฐบาลขาย โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” และ พ.ร.บ.เลื่อยโซ่ยนต์ พ.ศ. 2545 มาตรา 4 ประกอบมาตรา 17 ฐาน “มีเลื่อยโซ่ยนต์ไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนเลื่อยโซ่ยนต์” 
 

เจ้าหน้าที่จึงร่วมกันตรวจยึดไม้ของกลาง และเลื่อยโซ่ยนต์ พร้อมนำผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแปลงยาว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยมีนายคม ศรีสวัสดิ์ เจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโส ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 1 (ภาคกลาง) กรมป่าไม้ เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ และนายกฤษณะ เอี่ยมศิริ เจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโส หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ฉะเชิงเทรา เป็นพยาน ขณะนี้การตรวจนับไม้ของกลางยังไม่แล้วเสร็จ โดยไม้ของกลางจำนวนมากยังคงอยู่ในสถานที่เกิดเหตุ และได้จัดเจ้าหน้าที่เฝ้ารักษาความปลอดภัยไว้ตลอดเวลา

ทั้งนี้ ผอ.สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า ระบุว่า การปฏิบัติการครั้งนี้ ภาครัฐเอาจริงเอาจังในการปกป้องทรัพยากรป่าไม้ของชาติ การลักลอบตัด แปรรูป หรือครอบครองไม้โดยผิดกฎหมายจะถูกตรวจสอบ และดำเนินการบังคับใช้กฎหมาย ทั้งนี้ กรมป่าไม้จะเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อหยุดยั้งการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ และรักษาผืนป่าอย่างยั่งยืน