สพฐ. เร่งแก้หนี้ครู 2569 และข้าราชการบำนาญ เดินหน้าปรับระเบียบ

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เร่งแก้ปัญหาหนี้สินครู 2569 ข้าราชการบำนาญ ย้ำคุ้มครองคุณภาพชีวิต เดินหน้าปรับระเบียบ บูรณาการทุกภาคส่วน
“แก้หนี้ครู 2569” สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เดินหน้าแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและข้าราชการบำนาญอย่างเป็นระบบ ผ่านศูนย์ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา (ศนค.) พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกระทรวงยุติธรรม เพื่อคุ้มครองสิทธิ ลดความเหลื่อมล้ำ และเพิ่มการเข้าถึงความช่วยเหลือ
เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 นางภัทริยาวรรณ พันธุ์น้อย รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.) เป็นประธานการประชุมเชิงนโยบาย เพื่อเดินหน้าแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและข้าราชการบำนาญอย่างเป็นระบบ ทั้งในระดับพื้นที่และระดับนโยบาย โดยยึด “คุณภาพชีวิตครู” เป็นศูนย์กลางของการดำเนินงาน นำโดยศูนย์ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา (ศนค.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 นางภัทริยาวรรณ พันธุ์น้อย (รองเลขาธิการ กพฐ.) ได้เข้าร่วมการประชุมหารือบูรณาการการทำงานร่วมกับกระทรวงยุติธรรม โดยสำนักงานยุติธรรมจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ จังหวัดขอนแก่น เพื่อกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินของข้าราชการครู โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าราชการครูทึ่เกษียณอายุราชการ อย่างเป็นระบบ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมโยงการทำงานด้านการศึกษาและกระบวนการยุติธรรมให้เกิดความร่วมมืออย่างใกล้ชิด คุ้มครองสิทธิของครู ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงความช่วยเหลือ และยกระดับคุณภาพชีวิตครูให้สามารถดำรงชีพได้อย่างเหมาะสม
ในระดับพื้นที่ ศนค. ร่วมกับคณะกรรมการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาหนี้สินของข้าราชการครู โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าราชการครูทึ่เกษียณอายุราชการ ระดับกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่ให้ความรู้ สร้างความเข้าใจ และรับฟังปัญหาหนี้สินของข้าราชการบำนาญในหลายจังหวัด ได้แก่ มหาสารคาม ชัยภูมิ เลย เชียงใหม่ และอุดรธานี มีผู้เข้าร่วมกว่า 480 คน โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับกรณีหนี้บำเหน็จค้ำประกัน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเปราะบางสูง
ขณะเดียวกัน สพฐ. ได้ประชุมขับเคลื่อนเชิงนโยบายผ่านระบบออนไลน์ในระดับประเทศ โดยเน้นย้ำว่าการแก้ไขปัญหาหนี้สินต้องคุ้มครองคุณภาพชีวิตครู กำหนดให้มีเงินเดือนสุทธิคงเหลือเพื่อการดำรงชีพไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของเงินเดือน และอยู่ระหว่างการปรับปรุงระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและความเป็นธรรม เตรียมเสนอประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา
นอกจากนี้ สพฐ. อยู่ระหว่างประสานความร่วมมือกับธนาคารออมสิน เพื่อพิจารณามาตรการพักชำระหนี้ การผ่อนปรนเงื่อนไข และการดูแลกรณีหนี้บำเหน็จค้ำประกัน โดยให้ความสำคัญกับครูเกษียณและปูชนียบุคคลทางการศึกษาอย่างมีศักดิ์ศรี พร้อมกำชับให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาดูแลครูเป็นรายกรณี ยึด “คน” เป็นศูนย์กลาง ใช้หลักจริยธรรม กฎหมาย และหัวใจควบคู่กัน







