สทนช. ยันน้ำปี 69 พุ่งสูง 6.8 หมื่นล้าน ลบ.ม. มั่นใจแล้งนี้มีน้ำพอ

สทนช. เผยน้ำต้นทุนปี 69 สูงกว่า 6.8 หมื่นล้าน ลบ.ม. มั่นใจน้ำมีพอใช้ตลอดฤดูแล้ง พร้อมเร่งแผนบริหารจัดการเชิงรุกเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำทั่วประเทศ
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เผยสถานการณ์น้ำปี 2569 สดใส ปริมาณน้ำต้นทุนสะสมรวมกว่า 6.8 หมื่นล้าน ลบ.ม. สูงกว่าปีก่อนชัดเจน มั่นใจมีน้ำใช้เพียงพอตลอดฤดูแล้ง พร้อมสั่งการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำและเตรียมแผนรับมือน้ำท่วมซ้ำซากอย่างเป็นระบบ
ปริมาณน้ำต้นทุนปี 2569 : สถานการณ์ภาพรวมและข้อมูลสถิติ
วันนี้ (13 ม.ค. 69) นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในปัจจุบันว่า ปริมาณน้ำต้นทุนสะสมจากปีที่ผ่านมาอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ทำให้อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ส่วนใหญ่มีปริมาณน้ำเกือบเต็มความจุ
สรุปข้อมูลปริมาณน้ำล่าสุด (ณ วันที่ 12 ม.ค. 69):
- ปริมาณน้ำรวมทั้งประเทศ: 68,297 ล้านลูกบาศก์เมตร (ล้าน ลบ.ม.)
- เปรียบเทียบกับปี 2568: มีปริมาณน้ำมากกว่าถึง 6,763 ล้าน ลบ.ม.
- ความมั่นคง: เพียงพอต่อการจัดสรรน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค การเกษตร และรักษาระบบนิเวศ
มาตรการเชิงรุก : ติดตามสภาพอากาศและป้องกันภัยแล้ง
แม้ภาพรวมน้ำจะเพียงพอ แต่ สทนช. ไม่ประมาท โดยได้บูรณาการร่วมกับ กรมอุตุนิยมวิทยา และ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) เพื่อวิเคราะห์ความผันผวนของสภาพอากาศและคาดการณ์พายุอย่างใกล้ชิด
แนวทางการดำเนินงานที่สำคัญ:
- ประเมินพื้นที่เสี่ยง: ประสานการประปานครหลวง การประปาส่วนภูมิภาค และประปาหมู่บ้าน เพื่อระบุพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค
- สำรวจแหล่งน้ำสำรอง: เตรียมแหล่งน้ำข้างเคียงไว้สนับสนุนกรณีฉุกเฉิน
- ลงพื้นที่จริง: ในวันที่ 14 ม.ค. 69 เตรียมลงพื้นที่ อ.เชียงคำ จ.พะเยา เพื่อติดตามการบริหารจัดการน้ำในเขตการประปาส่วนภูมิภาคสาขาจุน ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่เฝ้าระวัง
การเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมซ้ำซาก
นอกจากการจัดการภัยแล้ง สทนช. ยังให้ความสำคัญกับ พื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก โดยเน้นการวางแผนเผชิญเหตุในพื้นที่ลุ่มต่ำภาคกลาง, อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และ จ.น่าน โดยมีการเตรียมความพร้อมดังนี้:
- เครื่องจักรและกำลังพล : พร้อมเข้าช่วยเหลือทันทีเมื่อเกิดเหตุ
- แผนงานระยะยาว : เร่งรัดโครงการพัฒนาแหล่งน้ำที่ผ่านความเห็นชอบจาก กนช. ให้ดำเนินการตามกำหนด







