อนุทิน สั่งเร่ง "แผนฟื้นฟู 7 วัน" กู้หาดใหญ่! ระดมกำลังเคลียร์เมือง จัด Big Cleaning พร้อมศูนย์ Fix It ฟรี 50 จุด เร่งเยียวยา 9,000 บาท เดินหน้าเปิดเมืองใน 3 เดือน!
วันนี้ (30 พ.ย. 68) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนภายหลังการประชุมติดตามสถานการณ์ว่า สถานการณ์ น้ำท่วมหาดใหญ่ เริ่มคลี่คลายและระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่องแล้ว ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีในการเข้าสู่ขั้นตอนการฟื้นฟูอย่างจริงจัง พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยงานบูรณาการทำงานร่วมกันภายใต้ “แผนฟื้นฟูเร่งด่วน 7 วัน” เพื่อเร่งคืนสภาพเมืองหาดใหญ่ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
สำหรับแผนฟื้นฟูเร่งด่วน ประกอบด้วยการทำความสะอาดครั้งใหญ่ (Big Cleaning Day) โดยแบ่งพื้นที่หาดใหญ่ออกเป็น 4 เขต ระดมกำลังพลและเครื่องจักรนับพัน เพื่อเคลียร์ขยะ ตะกอน และสิ่งตกค้างให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน พร้อมเดินหน้ากู้คืนโครงสร้างพื้นฐานและเร่งซ่อมบ้านเรือนที่เสียหาย มีการจัดตั้งศูนย์ Fix It จำนวน 50 จุด ให้บริการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ประกอบอาชีพ เครื่องจักรกล และรถจักรยานยนต์ของประชาชน ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ให้ประชาชนสามารถกลับไปดำเนินชีวิตประกอบอาชีพได้ตามปกติ
ด้านสาธารณสุข นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำว่าโรงพยาบาลหาดใหญ่จะไม่ปิดให้บริการ พร้อมเร่งฟื้นฟูระบบการแพทย์ และจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม 8 แห่ง เพื่อรองรับผู้ป่วยในพื้นที่ กระทรวงสาธารณสุขได้ส่งทีมแพทย์เดินเท้าให้ความช่วยเหลือ ดูแลสุขภาพประชาชน และให้คำแนะนำด้านสุขอนามัยหลังน้ำลด เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรคในช่วงฟื้นฟู
ในส่วนของการเยียวยา รัฐบาลได้อนุมัติเงินช่วยเหลือผู้เสียชีวิตจากอุทกภัยรายละ 2 ล้านบาท พร้อมจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัยที่ลงทะเบียนรายละ 9,000 บาท บวกกับก่อนหน้าของการประชุม นายกรัฐมนตรีได้ย้ำต้องดูเเลเยียวยาอย่างทั่วถึง ครอบคลุมกลุ่มบ้านเช่า และที่พักอาศัยที่ไม่มีทะเบียนบ้าน ไม่มีสัญญาเช่าแต่อยู่อาศัยประจำ ให้สามารถใช้ใบเสร็จค่าน้ำหรือค่าไฟ เป็นหลักฐานยืนยันเพื่อรับสิทธิรับเงินเยียวยา นอกจากนี้ยังออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ ทั้งชะลอการชำระหนี้และปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ย 0% เป็นเวลา 1 ปี เพื่อเพิ่มสภาพคล่องในการฟื้นฟูกิจการ
ทั้งนี้ นายอนุทินย้ำว่ารัฐบาลตั้งเป้าเปิดเมืองหาดใหญ่รับนักท่องเที่ยวภายใน 3 เดือน และเดินหน้าวางแผนป้องกันน้ำท่วมระยะยาว เพื่อให้ประชาชนสามารถอยู่อาศัยได้อย่างมั่นคงและปลอดภัยต่อไป





