ศป.กฉ. หวั่น กลุ่มเปราะบาง พื้นที่เสี่ยงยังไม่อพยพ สั่งผู้ว่าฯ เร่งสำรวจและเชิญเข้าศูนย์พักพิง ป้องกันปัญหาอพยพลำบากในอนาคต
วันนี้ (26 พ.ย. 68) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) ได้แถลงผลการประชุมที่มีนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีจากสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน โดยได้มีการบูรณาการข้อมูลและมีข้อสั่งการสำคัญเพื่อรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ที่กำลังเกิดขึ้น
แนวโน้มน้ำลดลง แต่เฝ้าระวังจังหวัดข้างเคียง
นายสิริพงศ์ เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำฝนที่เติมเข้ามาในระบบมีแนวโน้มลดลง และระดับน้ำในพื้นที่ภาคใต้โดยรวมก็มีแนวโน้มลดลงด้วย อย่างไรก็ตาม ได้มีการขยายพื้นที่เฝ้าระวังและแจ้งเตือนไปยังจังหวัดที่ถัดออกไปจากสงขลาแล้ว เช่น จังหวัดสตูล และ นครศรีธรรมราช ซึ่งมีการแจ้งเตือนอพยพตั้งแต่วานนี้
ศป.กฉ. แสดงความกังวลว่ายังมีประชาชนบางส่วนยังไม่ได้อพยพออกจากพื้นที่เสี่ยง จึงได้สั่งการให้ ผู้ว่าราชการจังหวัด ดำเนินการสำรวจ กลุ่มเปราะบาง และเร่งเชิญชวนให้เข้าพักในศูนย์พักพิงที่ได้กำหนดไว้ล่วงหน้า เพื่อป้องกันความยากลำบากในการอพยพที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ยืนยันยอดผู้เสียชีวิตน้ำท่วมที่แท้จริง
โฆษก ศป.กฉ. ได้เน้นย้ำให้ประชาชนระมัดระวังในการเผยแพร่ข้อมูล โดยเฉพาะข่าวปลอม (Fake News) เกี่ยวกับจำนวนผู้เสียชีวิต
- ปฏิเสธข่าวลือ ที่ว่ามีผู้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ 80-100 คน ไม่เป็นความจริง
- รายงานจริง จากโรงพยาบาลหาดใหญ่ ยืนยันมีผู้เสียชีวิตจริง 40 คน ซึ่งเป็นผู้ป่วยที่อยู่ในโรงพยาบาลอยู่แล้ว โดยมีเพียง 14 คน ที่เสียชีวิตจากการรักษาพยาบาล ไม่ใช่จากสถานการณ์น้ำท่วมโดยตรง
- สรุปยอดผู้เสียชีวิตจาก สธ. กระทรวงสาธารณสุขรายงานยอดผู้เสียชีวิตจากสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ (7 จังหวัด: นครศรีธรรมราช, พัทลุง, สงขลา, ตรัง, สตูล, ปัตตานี และยะลา) ทั้งสิ้น 33 คน สาเหตุการเสียชีวิต เช่น ถูกน้ำพัด, ไฟฟ้าช็อต, ดินถล่ม, พลัดตกน้ำ และจมน้ำ
นอกจากนี้ ยังยืนยันว่า ข่าวเฮลิคอปเตอร์ตกใกล้โรงพยาบาลไม่เป็นความจริง และขอวิงวอนให้สื่อมวลชนและประชาชนใช้ความระมัดระวังในการเผยแพร่และแชร์ข่าวเท็จ ซึ่งอาจบั่นทอนขวัญกำลังใจของผู้ปฏิบัติงานได้
เปิด “ศูนย์ธารน้ำใจ” รับบริจาคช่วยผู้ประสบภัย
เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างทันท่วงที รัฐบาลได้เปิด "ศูนย์ธารน้ำใจช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ 2568" ขึ้น ณ พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศดอนเมือง
สิ่งที่ศูนย์ต้องการสนับสนุน:
- สิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ (สำหรับผู้ที่อยู่กรุงเทพฯ สามารถบริจาคได้ที่ศูนย์ดอนเมือง)
- กำลังและทรัพยากร: เช่น เจ็ตสกี, คนขับสปีดโบ๊ท, รถลากจูง, รถยกสูง และอุปกรณ์กู้ภัย
- การสนับสนุนการขนส่ง: ทางศูนย์ฯ มีเครื่องบิน C130 ส่งสิ่งของไปยังพื้นที่ประสบภัย วันละ 5 รอบ
รัฐหนุนเต็มที่! เปิดลงทะเบียนอาสาสมัครผ่านแอป “ทางรัฐ”
นายสิริพงศ์ ยอมรับว่า สถานการณ์นี้ไม่สามารถอาศัยเพียงภาครัฐอย่างเดียวได้ และยืนยันว่า อาสาสมัคร มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการช่วยเหลือให้ทันต่อสถานการณ์ รัฐบาลจึงเปิดให้ลงทะเบียนอาสาสมัครผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” โดยรัฐบาลจะให้การสนับสนุน ดังนี้:
- ค่าเดินทาง
- ค่าอาหาร
- ค่าที่พัก
- ค่าน้ำมัน ในการเติมยานพาหนะ
สำหรับอาสาสมัครที่ได้ลงพื้นที่ไปก่อนหน้านี้แล้ว รัฐบาลจะดำเนินการ ลงทะเบียนย้อนหลัง เพื่อสนับสนุนการดำเนินการของท่าน





