วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

ครม. ไฟเขียว ขยายเวลาช่วย 'ชาวไร่อ้อย' ตัดสด 100% ถึง 31 ธ.ค. 68

ครม. ไฟเขียว ขยายเวลาช่วย 'ชาวไร่อ้อย' ตัดสด 100% ถึง 31 ธ.ค. 68

รัฐบาล ขยายมาตรการช่วยเหลือชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดออกไปถึงสิ้นปี 68! เพื่อให้เกษตรกรผู้มีสิทธิทุกคนได้รับเงิน 5,175 ล้านบาทครบถ้วน ไม่ตกหล่นแม้รายเดียว

วันนี้ (18 พ.ย. 68) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติสำคัญเห็นชอบขยายระยะเวลาดำเนินมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อย ที่เก็บเกี่ยวอ้อยสดคุณภาพดี 100% ออกไปอีก 3 เดือน จากเดิมสิ้นสุดเดือนกันยายน 2568 เป็นสิ้นสุดเดือนธันวาคม 2568 เพื่อให้มั่นใจว่าเกษตรกรผู้มีสิทธิจะได้รับเงินช่วยเหลือครบถ้วนทุกคน และเป็นการเดินหน้าลดปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 อย่างต่อเนื่อง

ลดเผาอ้อย ลด PM 2.5: มาตรการสำคัญที่รัฐบาลให้ความสำคัญ

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ข้อเสนอดังกล่าวเป็นของรองนายกรัฐมนตรี นายสุชาติ ชมกลิ่น และเป็นส่วนหนึ่งของ "โครงการสร้างแรงจูงใจให้ชาวไร่อ้อยหันมาตัดอ้อยสดแทนการเผา" ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าช่วยลดมลพิษ PM 2.5 ได้อย่างมีนัยสำคัญในหลายจังหวัดของภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

  • กรอบวงเงินช่วยเหลือ : รัฐบาลอนุมัติกรอบวงเงินรวม 5,175 ล้านบาท
  • แหล่งเงินทุน : ใช้แหล่งเงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ไปพลางก่อน พร้อมจัดสรรค่าชดเชยต้นทุนทางการเงิน (ดอกเบี้ย) รวม 158.58 ล้านบาท

“การขยายเวลาในครั้งนี้จะช่วยให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยได้รับเงินสนับสนุนครบถ้วน ขณะเดียวกันยังเป็นมาตรการเสริมเพื่อควบคุมมลพิษอากาศในช่วงฤดูฝุ่น PM 2.5 ซึ่งเริ่มเข้าสู่ช่วงวิกฤติอีกครั้งในปลายปี รัฐบาลให้ความสำคัญกับทั้งรายได้เกษตรกรและคุณภาพอากาศของประชาชนอย่างเท่าเทียมกัน” รองโฆษกรัฐบาลกล่าวเน้นย้ำ

สาเหตุที่ต้องขยายเวลา : ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

สาเหตุหลักของการขยายเวลาในครั้งนี้ เนื่องจากยังมีเกษตรกรผู้มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือบางส่วนที่ยังไม่สามารถดำเนินการ "ยืนยันตัวตน" หรือ "ปรับปรุงข้อมูล" ในแอปพลิเคชันของภาครัฐได้ครบถ้วน ทำให้ยังไม่ได้รับการโอนเงินตามกำหนด การขยายเวลาจนถึงสิ้นปี 2568 จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ เกษตรกรทุกคนที่มีสิทธิสามารถรับเงินได้ครบถ้วน ไม่ตกหล่นแม้แต่รายเดียว

หน่วยงานรัฐประสานงานเข้ม

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการคลัง, สำนักงบประมาณ, สภาพัฒน์ฯ และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ต่างให้ความเห็นชอบและไม่ขัดข้อง โดยมีข้อเสนอให้ กระทรวงอุตสาหกรรม เข้ามาประสานงานอย่างรัดกุมในด้านต่างๆ ดังนี้:

  • การประชาสัมพันธ์ : สร้างความเข้าใจในวงกว้าง
  • การจัดทำข้อมูลทะเบียนเกษตรกร : ปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันและถูกต้อง
  • การประเมินผลมาตรการ : เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงนโยบายลดการเผาอ้อยในระยะยาว