ครม. อนุมัติงบ 6.1 พันล้านบาท! ช่วยเหลือ 1.7 แสนครัวเรือน ใน 22 จังหวัดที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน โดยจ่ายเงินเยียวยาสูงสุด 20,000 บาท ตามระยะเวลาที่ถูกน้ำท่วม
วันนี้ (18 พ.ย. 68) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติอนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือเยียวยาน้ำท่วมเบื้องต้นแก่ครอบครัวผู้ประสบอุทกภัยในกรณีที่น้ำท่วมขังบริเวณที่อยู่อาศัยประจำ เป็นกรณีพิเศษ โดยเฉพาะพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขังเป็นระยะเวลานาน ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายและส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพของประชาชนอย่างรุนแรง
งบประมาณและความช่วยเหลือ : สูงสุด 20,000 บาทต่อครัวเรือน
การช่วยเหลือครั้งนี้ใช้กรอบวงเงินงบประมาณจาก งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จำนวน 6,169,986,000 บาท โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยรับงบประมาณ และกำหนดหลักเกณฑ์เงื่อนไขในการจ่ายเงินช่วยเหลือผ่านธนาคารออมสิน
หลักเกณฑ์การช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมขัง (ตั้งแต่ 15 พฤษภาคม 2568):
-
ถูกน้ำท่วมขัง ติดต่อกันตั้งแต่ 31 – 60 วัน ได้รับเงินช่วยเหลือ 5,000 บาทต่อครัวเรือน
-
ถูกน้ำท่วมขัง ติดต่อกันตั้งแต่ 61 – 90 วัน ได้รับเงินช่วยเหลือ 10,000 บาทต่อครัวเรือน
-
ถูกน้ำท่วมขัง ติดต่อกันตั้งแต่ 91 – 120 วัน ได้รับเงินช่วยเหลือ 15,000 บาทต่อครัวเรือน
-
ถูกน้ำท่วมขัง ติดต่อกันตั้งแต่ 121 วันขึ้นไป ได้รับเงินช่วยเหลือ 20,000 บาทต่อครัวเรือน
ทั้งนี้ การช่วยเหลือนี้เน้นที่อยู่อาศัยประจำที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2568 (ตั้งแต่ 15 พฤษภาคม 2568) จนส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและทำให้ขาดรายได้
ครอบคลุม 22 จังหวัด กว่า 1.7 แสนครัวเรือน
ครัวเรือนผู้ประสบภัยที่เข้าหลักเกณฑ์และจะได้รับความช่วยเหลือในครั้งนี้มีจำนวนรวม 171,302 ครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่ 22 จังหวัด ทั่วประเทศ ได้แก่:
- ฉะเชิงเทรา, ชัยนาท, ชัยภูมิ
- นครนายก, นครปฐม, นครสวรรค์
- นนทบุรี, ปทุมธานี, ปราจีนบุรี
- พระนครศรีอยุธยา, พิจิตร, พิษณุโลก
- เพชรบูรณ์, ศรีสะเกษ, สระบุรี
- สิงห์บุรี, สุโขทัย, สุพรรณบุรี
- อ่างทอง, อุดรธานี, และ อุบลราชธานี
นายสิริพงศ์ ย้ำว่า หลักเกณฑ์การช่วยเหลือครั้งนี้เป็นการเน้นให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ บ้านเรือนถูกน้ำท่วมขังต่อเนื่องเป็นเวลานาน จนไม่สามารถดำรงชีวิตหรือประกอบอาชีพได้ตามปกติ ซึ่งถือเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนเร่งด่วนเพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด
การตรวจสอบสิทธิเพื่อความโปร่งใส
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงกระบวนการตรวจสอบสิทธิที่ต้องดำเนินการอย่าง ถูกต้อง โปร่งใส และไม่เกิดการจ่ายซ้ำซ้อน โดยจะมีการตรวจสอบหลายขั้นตอน:
- หน่วยงานท้องถิ่น ออกหนังสือรับรองผู้ประสบภัย
- ผ่านการพิจารณาของ ประชาคมหมู่บ้าน
- ตรวจสอบซ้ำโดยคณะกรรมการ ก.ช.ภ.จ. (คณะกรรมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัด) และ ก.ช.ภ.อ. (คณะกรรมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอำเภอ)
การดำเนินการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เงินช่วยเหลือถึงมือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติอย่างแท้จริงและทั่วถึง





