กรมทางหลวง เตรียมแผน เส้นทางเลี่ยงน้ำท่วม ใน 6 จังหวัด (ชัยนาท, อยุธยา, นนทบุรี) หลัง เขื่อนเจ้าพระยา ปรับเพิ่มการระบาย สั่งพร้อมติดตั้ง สะพานเบลีย์ ตลอด 24 ชม. ติดต่อ 1586
กรมทางหลวง (ทล.) สั่งการ 6 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา (ชัยนาท, สิงห์บุรี, อ่างทอง, อยุธยา, ปทุมธานี, นนทบุรี) เตรียมพร้อมรับมือ น้ำท่วม หลังเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มระบายน้ำเป็น 2,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เน้นย้ำมาตรการความปลอดภัย จัดทำ เส้นทางเลี่ยงน้ำท่วม และพร้อมติดตั้ง สะพานเบลีย์ หากเกิดเหตุฉุกเฉิน เช็คข้อมูลและติดต่อสายด่วน 1586 ตลอด 24 ชม.
นายเสริมศักดิ์ นัยนันท์ รองอธิบดีฝ่ายบำรุงทาง กรมทางหลวง (ทล.) ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ แขวงทางหลวงชัยนาท อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบต่อ ทางหลวง และตรวจสอบความพร้อมของมาตรการรับมือ หลังกรมชลประทานได้แจ้งปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา
การปรับเพิ่มอัตราการระบายน้ำจากเดิม 2,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 2,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตั้งแต่เวลา 02.00 น. ของวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 และจะคงอัตราดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นสถานการณ์ที่ต้องเฝ้าระวังสูงสุด โดยเฉพาะพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบในเขตภาคกลาง
6 จังหวัดต้องเฝ้าระวังสูงสุด! สั่งเตรียมพร้อมเครื่องจักรและเจ้าหน้าที่
รองอธิบดีฝ่ายบำรุงทาง ได้สั่งการเน้นย้ำไปยังแขวงทางหลวงในพื้นที่เสี่ยงที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำเพิ่มขึ้น ได้แก่ จังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และนนทบุรี ให้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ ทั้งด้าน เครื่องจักร อุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย และ เจ้าหน้าที่ประจำจุด เพื่อให้การช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนเป็นไปอย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ
มาตรการสำคัญของ กรมทางหลวง ในการรับมือภัยพิบัติ
กรมทางหลวง ได้กำหนดมาตรการเชิงรุกเพื่อบรรเทาผลกระทบและรักษาความต่อเนื่องของการสัญจร ดังนี้:
1. จัดเตรียมความพร้อม: จัดเตรียมเครื่องจักรกลหนักและอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยทั้งหมด รวมถึงป้ายเตือนและ ป้ายแนะนำเส้นทางเลี่ยง ในพื้นที่ที่คาดว่าจะมี น้ำท่วมทางหลวง
2. เผยแพร่เส้นทางเลี่ยง: เร่งจัดทำและเผยแพร่ แผนที่เส้นทางเลี่ยงน้ำท่วม ให้ประชาชนทราบอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะเส้นทางตามแนว แม่น้ำเจ้าพระยา และลำน้ำสาขา
3. รายงานและประชาสัมพันธ์: รายงาน สถานการณ์น้ำ อย่างต่อเนื่อง พร้อมประชาสัมพันธ์ข้อมูลสภาพเส้นทางแบบ Real-time เพื่อให้ประชาชนสามารถวางแผนการเดินทางได้อย่างปลอดภัย
4. แผนฉุกเฉิน "สะพานเบลีย์": หากเกิดเหตุการณ์ทางขาดหรือ สะพานเสียหาย จะเร่งประสานศูนย์ก่อสร้างและบูรณะสะพานเพื่อติดตั้ง สะพานเหล็กถอดประกอบชั่วคราว (สะพานเบลีย์) เพื่อเปิดการจราจรให้เร็วที่สุด
5. บูรณาการร่วมกับท้องถิ่น: ทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในกรณีที่จำเป็นต้องมีการอพยพประชาชนหรือให้การสนับสนุนในพื้นที่ประสบภัย
ความเชื่อมั่นจาก กรมทางหลวง
นายเสริมศักดิ์ ย้ำว่า ทุกแขวงทางหลวงที่เกี่ยวข้องต้องติดตาม สถานการณ์น้ำ อย่างใกล้ชิดและดำเนินการตาม แผนเผชิญเหตุ อย่างเข้มงวด เพื่อให้การสัญจรบน ทางหลวง เป็นไปอย่างปลอดภัยและต่อเนื่อง พร้อมให้ประชาชนมั่นใจว่า กรมทางหลวง จะเฝ้าระวังและดำเนินการอย่างเต็มกำลังในการบรรเทาผลกระทบจาก สถานการณ์น้ำท่วม ในครั้งนี้
ติดต่อสอบถามและขอความช่วยเหลือ
หากประชาชนต้องการความช่วยเหลือหรือสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทาง ทางหลวง ที่ได้รับผลกระทบจาก น้ำท่วม สามารถติดต่อได้ที่:
- สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรี 24 ชม.)
- เว็บไซต์ระบบบริหารจัดการภัยพิบัติ (HDMS) : https://hdms.doh.go.th/





