"พายุคัลแมกี" พ่นพิษ ดันน้ำปิง-น่าน พุ่งสูง! กรมชลฯ เร่งปรับเพิ่มระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา รับมวลน้ำหลากและน้ำทะเลหนุนสูง เตือนพื้นที่ท้ายน้ำเฝ้าระวังใกล้ชิด
วันนี้ (9 พ.ย. 68) ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน เปิดเผย สถานการณ์น้ำ ล่าสุด (9 พ.ย. 68) หลังได้รับผลกระทบจากอิทธิพล "พายุคัลแมกี" ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำสายหลักตอนบนเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กรมชลประทานต้องเร่งบริหารจัดการน้ำและประกาศปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อเตรียมรับมวลน้ำหลาก
สถานการณ์น้ำสำคัญ (9 พ.ย. 68)
ปริมาณน้ำจากแม่น้ำหลักที่ไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาที่จังหวัดนครสวรรค์มีอัตราสูง:
- แม่น้ำปิง (P.17) : 1,186 ลบ.ม./วินาที
- แม่น้ำยม (Y.64) : 496 ลบ.ม./วินาที
- แม่น้ำน่าน (N.67) : 1,225 ลบ.ม./วินาที
- รวมที่ C.2 นครสวรรค์ : 2,948 ลบ.ม./วินาที
- แม่น้ำสะแกกรัง (Ct.25) : 249 ลบ.ม./วินาที
ปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นนี้ทำให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ยกตัวสูงขึ้นถึงระดับ +17.71 ม.รทก. และมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
กรมชลประทานบริหารจัดการน้ำและปรับเพิ่มการระบาย
เพื่อลดผลกระทบจากปริมาณน้ำเหนือไหลหลาก กรมชลประทานได้ดำเนินการ ดังนี้:
- รับน้ำเข้าระบบชลประทาน : บริหารจัดการน้ำด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยาด้วยการผันน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งสองฝั่งเต็มศักยภาพของลำคลอง
- ปรับเพิ่มอัตราการระบายน้ำ : จะทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา จากอัตราเดิม 2,750 ลบ.ม./วินาที เป็น 2,800 ลบ.ม./วินาที
- เริ่มปรับเพิ่ม : 10.00 น. ของวันนี้ (9 พ.ย. 68)
- คงที่อัตราใหม่ : 2,800 ลบ.ม./วินาที ภายในเวลา 15.00 น. เป็นต้นไป
ต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง! น้ำเหนือหลากผนวกน้ำทะเลหนุน
กรมชลประทานระบุว่า สถานการณ์น้ำ ยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากยังอยู่ในช่วง อิทธิพลพายุคัลแมกี ตามการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา
"ในช่วงวันที่ 6 - 12 พ.ย. 68 เกิดสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูง ทำให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างจำกัดและต้องใช้เวลา"
อย่างไรก็ตาม กรมชลประทานได้เร่งระบายน้ำผ่านสถานีสูบน้ำตามแนวคลองชายทะเล ออกสู่อ่าวไทยอย่างต่อเนื่อง ตามข้อสั่งการของ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อช่วยลดปริมาณน้ำให้เร็วที่สุด
คำแนะนำและสิ่งที่ต้องติดตาม
ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำในเขตท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ควรติดตามประกาศจากทางการอย่างใกล้ชิด และเตรียมรับมือผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณน้ำระบาย
- ติดตาม : ข้อมูลจาก SWOC และกรมอุตุนิยมวิทยา
- เฝ้าระวัง : ระดับน้ำในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม
- เตรียมพร้อม : แผนการรับมือสถานการณ์น้ำหลาก





