วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

ง่ายแค่นี้เอง ถ้าแสดงให้ดู | อาหารสมอง

ชายหญิงชาวอิตาลีกลุ่มใหญ่เมื่อประมาณ 530 ปีก่อนนั่งฟังชายหนุ่มเล่าเรื่องการผจญภัยเดินเรือจนพบดินแดนใหม่ที่กว้างใหญ่และเต็มไปด้วยสมบัติมีค่า

แต่เมื่อจบลง เขาก็ถูกผู้ฟังคนหนึ่งพูดจาเยาะเย้ยว่า “โธ่ เรื่องง่ายแค่นี้ใครๆ ก็ทำได้” เขาจึงหยิบไข่ไก่ใบหนึ่งขึ้นมาและท้าว่ามีใครสามารถเอาไข่ตั้งบนโต๊ะได้ไหม หลายคนทดลองแต่ก็ไม่มีใครทำได้ ดังนั้น เขาจึงบุบด้านแหลมของไข่เล็กน้อยก็สามารถตั้งได้ 

คนฟังบอกว่ามันแสนง่ายมาก เขาจึงบอกว่า “ถูกต้อง มันง่ายก็ต่อเมื่อผมได้แสดงให้คุณเห็นแล้วน่ะซี” ชายหนุ่มคนนั้นมีชื่อว่า Christopher Columbus และต่อมาผู้คนก็เรียกสิ่งง่ายๆ กันว่า “Columbus’s Egg” หรือ “Egg of Columbus” และใช้วลีนี้กันแพร่หลายในปัจจุบันซึ่งหมายถึง “คำตอบหรือไอเดียง่ายๆ ที่จะเห็นกันชัดเจนหลังจากที่มีคนแสดงให้เห็นแล้ว”

ไม่ว่าจะเชื่อว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรือเรื่องแต่งก็ตาม 

Columbus’s Egg ได้จุดประกายไอเดียของการหาคำตอบง่ายๆ ให้แก่ความยุ่งยากของชีวิตมนุษย์ในหลายเรื่องตลอดเวลาหลายชั่วคนที่ผ่านมา โดยแท้จริงแล้วมันก็คือ การมีความคิดริเริ่มอันอาจนำไปสู่นวัตกรรมที่เป็นเรื่องสมัยใหม่ ซึ่งตัวอย่างมีมากมาย และมีแง่มุมที่น่าสนใจให้ขบคิด ผมไปค้นคว้านำมาเล่าสู่กันฟังดังต่อไปนี้ 

ลวดหนาม เป็นสิ่งที่โลกเพิ่งรู้จักไม่ถึง 200 ปี เรื่องมีอยู่ว่าในการบุกเบิกดินแดนอันกว้างใหญ่ของสหรัฐอเมริกา วัวที่เลี้ยงไว้มีปัญหามากเพราะชอบออกไปนอกเขตปลอดภัย จนต้องอาศัยคนรับจ้างที่เรียกกันว่า ”คาวบอย” ขี่ม้าต้อนไปกินน้ำกินหญ้าและกลับคอกให้เป็นเรื่องน่าปวดหัว

ในราวปี 2403 ก็มีผู้คิดค้นลวดหนามขึ้นมาหลายแบบ แบบหนึ่งซึ่งมีหนามแหลมขึ้นมาทุก 50 เซนติเมตร ขายดิบขายดีมาก วัวกลัวไม่กล้าเข้าใกล้ 

ประดิษฐกรรมนี้สร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพราะทำให้คนขาวสามารถบุกรุกเข้าไปในที่ดินของเจ้าของเดิม คืออินเดียนแดงได้อย่างสะดวก เพียงแค่คิดนิดเดียวให้มีหนามก็เป็นคำตอบแล้ว นี่คือ Columbus’s Egg โดยแท้ มันทำให้อินเดียนแดงสูญเสียมากขึ้นจนเรียกมันว่า “เชือกปีศาจ” (Devil’s Rope) มันมีส่วนสำคัญที่ทำให้คาวบอยสูญพันธุ์เพราะไม่มีงานทำ

ในเวลาใกล้เคียงกันมีการคิดค้นมีดโกนหนวดสมัยใหม่ โดยนาย King Camp Gillette ที่ไม่ใช้ใบมีดโกนที่น่าหวาดเสียว หากเป็นใบมีดแบบที่ทิ้งได้และมีก้านจับแบบที่เราเห็นกันในปัจจุบัน

ในเวลาต่อมามีการประดิษฐ์กับดักหนูชนิดมีก้านสปริงดีดกลับฆ่าหนู และเมื่อไม่กี่สิบปีที่ผ่านมามีการใช้กาวเหนียวติดตีนหนูเมื่อก้าวเข้าไปกินเหยื่อ แทนที่จะเป็นกับดักที่น่าหวาดเสียว ทั้งหมด คือ Columbus’s Egg ของแต่ละสมัย

กระเป๋าลากมีล้อเป็นไข่อีกใบที่น่าสนใจ ไม่น่าเชื่อว่าโลกรู้จักล้อมากกว่า 5,000 ปีในการขนส่งและยกของหนักโดยใช้ลูกรอก ส่วนกระเป๋าก็รู้จักกันมานานกว่านั้น แต่เพิ่งคิดเอาสองสิ่งนี้มาช่วยกันทำให้เกิดความสะดวกอย่างยิ่งในการเดินทาง ในยุค 70 มีการคิดค้นกระเป๋าใบใหญ่ที่มีล้อเข็นไปมาได้แต่ก็มีราคาแพง 

ไข่ใบใหญ่กว่าปรากฏตัวขึ้นในยุค 80 เมื่อกัปตันเครื่องบินของสายการบิน Northwest Airline ชื่อ Robert Plath ประดิษฐ์กระเป๋าที่มีก้านยื่นขึ้นมาให้จับและมีล้ออยู่ด้านล่าง ไม่ว่ากัปตันลากไปที่ไหนผู้คนก็พากันถามไถ่ว่าซื้อมาจากไหน

กัปตันเห็นช่องทางเลยลาออกมาตั้งบริษัทผลิตกระเป๋าลากแบบที่เราใช้กันในปัจจุบันชื่อ Travel Pro ( บริษัทนี้มียอดขายเฉลี่ย 50-100 ล้านดอลลาร์ต่อปี) และในยุค 90 และ 20 ก็เป็นที่นิยมกันทั่วโลก

บริษัทบ้านเช่า Airbnb / บริษัทแท็กซี่ Uber / บริษัทส่งพัสดุภัณฑ์และอาหาร โดยไม่ต้องเป็นเจ้าของบ้านสักหลัง รถหรือมอเตอร์ไซค์สักคัน แต่มีรายได้รวมกันเป็นล้านๆ ดอลลาร์ เพราะไข่เหล่านี้ชี้ช่องการขายบริการด้วยการสร้างแอปพลิเคชันให้ผู้ซื้อกับผู้ขายมาพบกันโดยผ่านอินเทอร์เน็ต

Air Flyer ดูจะเป็นไข่ใบใหญ่ล่าสุดของวิธีการทำให้อาหารสุกโดยไม่ต้องทอด ไม่ใช้น้ำมันให้เปลืองตังค์และทำลายสุขภาพ ไอเดียง่าย ๆ คือ เป่าลมร้อนด้วยพัดลมประสิทธิภาพสูงผ่านเส้นลวดร้อนจัดลงบนอาหาร Philips เป็นผู้พัฒนาและเปิดตัวในปี 2553 ปัจจุบันกลายเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องครัวไปแล้ว

ทั้งหมดที่ Columbus’s Egg ทั้งหลายมีร่วมกันก็คือ “ความง่าย” แม้แต่การคิดค้นวิธีการใหม่ เช่น การเข้าแถวแบบช้อนส้อม กล่าวคือเข้าแถวเดียวและแยกกันเข้ารับบริการหลายจุด จนทุกคนโชคดีเท่าเทียมกัน ไม่โชคร้ายติดอยู่ที่บางแถว (เช่น แถวรับบริการตั๋วรถไฟฟ้าและคิวมอเตอร์ไซค์) 

การรู้จัก Columbus’s Egg เตือนให้มนุษย์เกิดกำลังใจ เพราะเห็นตัวอย่างของการเข้าไปเติมช่องว่างของความต้องการที่มีอยู่มากมายในการดำเนินชีวิตประจำวัน ช่วยจุดประกายให้เกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ สร้างนวัตกรรมและการเพิ่มพูนคุณภาพชีวิตในที่สุด

ปัจจุบันมี Columbus’s Egg ทั้งใบใหญ่และเล็กเกิดขึ้นแทบทุกวันและในแทบทุกเรื่อง ล่าสุดการเปิดเสียงโหยหวนเขย่าขวัญคู่ต่อสู้ที่เชื่อถือเรื่องภูตผีปีศาจ วิญญาณและมนตร์ดำ นับว่าเป็นไข่ใบเล็กที่ก่อกวนได้ผล จนอาจนอนคลุมโปงไม่กล้าออกลาดตระเวน ไม่กล้าออกมาวางกับระเบิดก็เป็นได้

หลายคนอาจไม่ชอบแต่อย่าลืมว่าในสงครามปัจจุบันนั้นใช้กันทุกอย่างที่มีในโลก ไม่ว่าจะเป็น โลกโซเชียล โดรนก่อกวน กับระเบิดสังหารบุคคล จิตวิทยาร้อยแปดพันอย่าง ฯลฯ เพื่อให้คู่ต่อสู้กังวลจนถึงถอดใจ เพราะหากใจไม่สู้ก็แพ้ไปกว่าครึ่งแล้ว 

พิธีกรรมตัดไม้ข่มนามเก่าแก่ของไทย พิธีกรรม Haka ของชาวเมาลีในนิวซีแลนด์ การจ้องมองตาคู่ต่อสู้เพื่อข่มขวัญก่อนการชก การปล่อยข่าวลือว่าผู้นำเสียชีวิต มีตัวเลขสูญเสียสูง กองทัพกำลังคิดยอมแพ้ ฯลฯ เหล่านี้คือวิธีการ

ครั้งนี้ผมขอมอบรางวัลไข่ทองคำ (ใบเล็กมากเพราะทองกำลังแพง) ให้ “คุณกัน จอมพลัง” ผู้คิดริเริ่มครับ ผมไม่คิดว่ามันจะช่วยให้ชนะสงครามโดยตรงแต่เป็นความคิดริเริ่มของภาคเอกชน และมันสนุก แก้ความเครียดได้ดีและทำให้ “ความเขลา” ของคู่ต่อสู้ปรากฏต่อสายตาชาวโลก ที่สำคัญก็คือทหารไทยอย่ากลัวไปด้วยจนจับไข้หัวโกร๋นก็แล้วกัน