วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

หนังสือสัญญาที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา

หนังสือสัญญาที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา

หลังจากประเทศไทยเปลี่ยนแปลงการปกครอง เป็นระบอบประชาธิปไตย มีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด เมื่อปี 2475 มีรัฐธรรมนูญถาวรฉบับแรก คือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม ที่ประกาศใช้บังคับในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2475

มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการทำหนังสือสัญญาที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรในมาตรา 54 คือ

“มาตรา 54 พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการประกาศสงคราม ทำหนังสือสัญญาสันติภาพสงบศึกและทำหนังสือสัญญาอื่นๆ กับนานาประเทศ การประกาศสงครามนั้นจะทรงทำต่อเมื่อไม่ขัดแก่บทบัญญัติแห่งกติกาสันนิบาตชาติ

หนังสือสัญญาใดๆ มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตต์สยาม หรือจะต้องออกพระราชบัญญัติเพื่อให้การเป็นไปตามสัญญาไซร้ ท่านว่าต้องได้รับความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎร “

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2489 มีบัญญัติไว้คือ “มาตรา 76 พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการทำหนังสือสัญญาสันติภาพสงบศึก และทำหนังสือสัญญาอื่นๆ กับนานาประเทศ หนังสือสัญญาใดๆ มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตต์ไทยหรือจะต้องออกพระราชบัญญัติเพื่อให้การเป็นไปตามสัญญาต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา”

รัฐธรรมนูญฉบับปี 2517 บัญญัติไว้ คือ

“มาตรา 155 พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการทำหนังสือสัญญาสันติภาพสงบศึกและทำหนังสือสัญญาอื่นกับนานาประเทศ หรือกับองค์การระหว่างประเทศ หนังสือสัญญาใดมีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทย หรือเขตอธิปไตยแห่งชาติ หรือจะต้องออกพระราชบัญญัติเพื่อให้การเป็นไปตามสัญญา หรือสนธิสัญญาพันธมิตรทางทหารต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา”

รัฐธรรมนูญฉบับต่อๆ มาทุกฉบับก็ยังคงมีบทบัญญัติในหลักการเดียวกัน แต่อาจใช้ถ้อยคำที่แตกต่างกันบ้าง 

รัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 บัญญัติไว้ในมาตรา 190 ซึ่งกำหนดรายละเอียดลักษณะหนังสือสัญญาที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาและกำหนดขั้นตอนในการดำเนินการละเอียดมากขึ้น รวมทั้งมีบทบัญญัติให้คณะรัฐมนตรีต้องกำหนดมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการทำสัญญานั้นด้วย

ทั้งนี้ หนังสือสัญญาที่จะต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา สรุปได้คือ

- หนังสือสัญญาที่มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตประเทศไทย ซึ่งประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตยหรือมีเขตอำนาจตามหนังสือสัญญาหรือตามกฎหมายระหว่างประเทศ

  - หนังสือสัญญาที่จะต้องออกพระราชบัญญัติเพื่อให้การเป็นไปตามสัญญา

 - หนังสือสัญญาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง

- หนังสือสัญญาที่มีผลผูกพันด้านการค้า การลงทุนหรืองบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ                     

รัฐธรรมนูญปี 2560 ฉบับที่ใช้ในปัจจุบัน บัญญัติไว้ในมาตรา 178 ซึ่งคล้ายมาตรา 190 แห่งรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 หนังสือสัญญาที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา สรุปได้คือ

- หนังสือสัญญาที่มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทย

- หนังสือสัญญาที่มีบทเปลี่ยนแปลงเขตพื้นที่นอกอาณาเขต ซึ่งประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตยหรือมีเขตอำนาจตามหนังสือสัญญาหรือตามกฎหมายระหว่างประเทศ

- หนังสือสัญญาที่ต้องออกพระราชบัญญัติเพื่อให้การเป็นไปตามหนังสือสัญญา

- หนังสือสัญญาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคมหรือการลงทุนของประเทศอย่างกว้างขวาง ได้แก่ หนังสือสัญญาเกี่ยวกับการค้าเสรี เขตศุลกากรร่วม หรือหนังสือสัญญาการให้ใช้ทรัพยากรธรรมชาติ หรือหนังสือสัญญาทำให้ประเทศต้องสูญเสียสิทธิในทรัพยากรธรรมชาติทั้งหมดหรือบางส่วน หรือหนังสือสัญญาอื่นตามที่กฎหมายกำหนดไว้

กรณีมีปัญหา

กรณีมีปัญหาว่าหนังสือสัญญาใดเป็นสัญญาณที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาหรือไม่ รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 มิได้มีบทบัญญัติไว้โดยตรงแต่เนื่องจากมีบทบัญญัติให้มีศาลรัฐธรรมนูญแล้ว จึงมีการส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

สำหรับรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 มีบัญญัติไว้ในมาตรา190 วรรคท้ายว่า ในกรณีมีปัญหาตามวรรคสอง (คือเป็นสัญญาที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาหรือไม่) ให้เป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญที่จะวินิจฉัยชี้ขาด 

ส่วนรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 มีบัญญัติไว้ในมาตรา 178 วรรคสองและวรรคสามว่า เมื่อมีปัญหาหนังสือสัญญาใดเป็นกรณีตามวรรคสองหรือวรรคสามหรือไม่ คณะรัฐมนตรีจะขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก็ได้

คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านมามีปัญหาสู่การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ คือ 

การขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐหรือ จี ทู จี

ในปี 2555 สมาชิกวุฒิสภากลุ่มหนึ่งได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้วินิจฉัยกรณีที่รัฐบาลทำสัญญาขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐหรือจีทูจี เข้าข่ายเป็นหนังสือสัญญาที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาหรือไม่

ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วไม่รับคำร้องไว้พิจารณา เนื่องจากไม่ปรากฏเอกสารหนังสือสัญญาว่ามีการขายข้าวดังกล่าวยื่นประกอบการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ

คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 11/2542

ประธานรัฐสภาขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า หนังสือแจ้งความจำนงขอรับความช่วยเหลือทางวิชาการและการเงินที่รัฐบาลไทยมีไปถึงกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ว่าเป็น หนังสือสัญญาที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าไม่เป็นหนังสือสัญญาที่ต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา

คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 33/2551

คณะรัฐมนตรีขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (CBD) เป็นหนังสือสัญญาที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 224 วรรคสองหรือไม่ 

ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า อนุสัญญาดังกล่าวจะมีผลกระทบต่อการใช้ประโยชน์และการแบ่งปันผลประโยชน์จากการใช้ทรัพยากรพันธุกรรมระหว่างประเทศไทยกับรัฐภาคีอื่น เป็นการใช้สิทธิและถูกจำกัดสิทธิไปพร้อมๆ กัน

ซึ่งต้องมีการออกกฎหมายหรือปรับปรุงกฎหมายภายในให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ จึงเป็นหนังสือสัญญาที่มีบทเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจแห่งรัฐ ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา

คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 6-7/2551

ประธานวุฒิสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎรขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า “คําแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา หรือ Joint Communiqué ฉบับลงวันที่ 18 มิถุนายน 2551” เป็นหนังสือสัญญาที่ต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภาหรือไม่

ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า คำแถลงการณ์ร่วมดังกล่าว อาจมีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตของประเทศ หรืออาจมีผลเปลี่ยนแปลงเขตพื้นที่นอกอาณาเขต ซึ่งประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตยหรือมีเขตอำนาจตามหนังสือสัญญา หรือตามกฎหมายระหว่างประเทศ จึงต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 วรรคสอง