ปภ. เร่งระดมเครื่องจักรกลช่วย 17 จังหวัดน้ำท่วม ด้านสถานการณ์ท้ายเขื่อนเจ้าพระยายังน่าห่วง โดยเฉพาะ จ.สิงห์บุรี เกิดเหตุผนังกั้นน้ำชำรุด
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานสถานการณ์อุทกภัยล่าสุดวันนี้ (12 ต.ค. 68) ว่า ยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วม ในพื้นที่ 17 จังหวัด ครอบคลุมพื้นที่ 75 อำเภอ ประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 103,226 ครัวเรือน และมีผู้เสียชีวิต 11 ราย โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาที่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
ปภ. เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในพื้นที่เหนือเขื่อนและท้ายเขื่อนเจ้าพระยามีแนวโน้มทรงตัว (ข้อมูล ณ 12 ต.ค. 68 เวลา 08.00 น.) แต่ยังคงต้องมีการเฝ้าระวังผนังกั้นน้ำและจุดรอยรั่วในบางพื้นที่ โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้เร่งลดผลกระทบต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเป็นการด่วน
โดยเฉพาะที่ จังหวัดสิงห์บุรี เมื่อวานนี้ (11 ต.ค. 68) เกิดเหตุ คันกั้นน้ำชำรุด มีน้ำรั่วซึมผุดหลังคันกั้นน้ำ ในพื้นที่ ต.ทับยา อ.อินทร์บุรี ทางจังหวัดสิงห์บุรีได้ประสานขอรับการสนับสนุนเครื่องจักรกลสาธารณภัยจาก ปภ.ทันที
ปภ. ได้สั่งการให้ ศูนย์ ปภ.เขต 2 สุพรรณบุรี และ ศูนย์ ปภ. เขต 16 ชัยนาท ระดมกำลังเข้าช่วยเหลือ โดยมีการสนับสนุนเครื่องจักรกลสำคัญ อาทิ รถปฏิบัติการขนย้ายผู้ประสบภัย, รถบรรทุกติดตั้งเครื่องสูบน้ำระยะไกลและเครื่องสูบน้ำท่วมขัง, รถกู้ภัยเคลื่อนที่เร็ว, และรถไฟฟ้าส่องสว่าง เพื่อเร่งติดตั้งและสูบระบายน้ำในพื้นที่ชุมชนวัดพระนอน ต.ทับยา ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ในวันนี้ (12 ต.ค. 68) ศูนย์ ปภ. เขต 16 ชัยนาท ยังคงสนับสนุนการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง โดยส่ง เครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ อัตราการสูบรวมกว่า 164,500 ลิตรต่อนาที เข้าปฏิบัติภารกิจสูบระบายน้ำ พร้อมทั้งสนับสนุน รถผลิตน้ำดื่ม 2 คัน และ รถประกอบอาหาร 1 คัน เพื่อผลิตน้ำสะอาดและอาหารแจกจ่ายให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ต.ชีน้ำร้าย และ ต.ทับยา อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี
พร้อมกันนี้ ยังได้ส่งเจ้าหน้าที่เตรียมรับคณะจากมูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ที่จะเข้าพื้นที่โรงครัวพระราชทานและให้กำลังใจผู้ประสบภัยใน ต.ชีน้ำร้าย อ.อินทร์บุรี อีกด้วย
ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ 12 ต.ค. 68 เวลา 08.00 น.) จังหวัดที่ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัย 17 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย พิจิตร นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นครปฐม ชัยภูมิ อุบลราชธานี อุดรธานี และฉะเชิงเทรา
ปภ. ยืนยันว่า ยังคงประสานงานติดตามสถานการณ์กับทุกพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างใกล้ชิด และเร่งให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างต่อเนื่อง





