วันพุธ ที่ 11 มีนาคม 2569

Login
Login

อาการล่าสุด "ข้าวต้ม" ลูกช้างป่า พลัดหลง ยังอ่อนแรง ลุกเดินไม่ได้

อาการล่าสุด "ข้าวต้ม" ลูกช้างป่า พลัดหลง ยังอ่อนแรง ลุกเดินไม่ได้

เผยอาการล่าสุด "ข้าวต้ม" ลูกช้างป่า พลัดหลง พบมีอาการอ่อนแรง ไม่สามารถลุกเดินได้ ทีมสัตวแพทย์ เฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด

สพ.ญ.ณฐนน ปานเพ็ชร นายสัตวแพทย์ชำนาญการ และหัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวากและศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก รายงานความคืบหน้าการดูแล "ลูกช้างป่า" พลัดหลง เพศเมีย อายุประมาณ 3 วัน ชื่อ "ข้าวต้ม" ซึ่งได้ถูกเคลื่อนย้ายมาถึงศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก จังหวัดสุพรรณบุรี เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2568

อาการล่าสุด "ข้าวต้ม" ลูกช้างป่า พลัดหลง ยังอ่อนแรง ลุกเดินไม่ได้

 

​ทีมสัตวแพทย์จาก สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ซึ่งประกอบด้วย สพ.ญ.ลักษณา ประสิทธิชัย นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ และ สพ.ญ.กานต์พิชชา หาญอาษา นายสัตวแพทย์ปฏิบัติการ ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากอุทยานแห่งชาติลำคลองงู จังหวัดกาญจนบุรี ได้ร่วมกันเคลื่อนย้ายลูกช้างป่าตัวนี้จากอุทยานแห่งชาติลำคลองงู มายังศูนย์ฯ บึงฉวาก

อาการล่าสุด "ข้าวต้ม" ลูกช้างป่า พลัดหลง ยังอ่อนแรง ลุกเดินไม่ได้

 

​จากการประเมินอาการเบื้องต้นพบว่า ลูกช้างป่ามีอาการอ่อนแรง ไม่สามารถลุกเดินได้ และแสดงอาการเจ็บปวดบริเวณสะโพก ขาหลัง และหาง นอกจากนี้ยังพบการอักเสบที่สะดือและอวัยวะเพศ ซึ่งเป็นอาการที่พบตั้งแต่แรกที่พบลูกช้าง สัตวแพทย์จึงได้ให้ยาเพื่อลดอาการปวดและอักเสบทันที

​ปัจจุบันลูกช้างสามารถกินน้ำต้มข้าวผสมนมผงได้ และมีการขับถ่ายเป็นเนื้อครีม แต่ยังไม่พบการปัสสาวะในช่วงเย็น เจ้าหน้าที่จากอุทยานแห่งชาติลำคลองงู และเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก รวมถึงทีมสัตวแพทย์กำลังเฝ้าดูแลอาการอย่างใกล้ชิด ​โดยในวันนี้ (23 กันยายน 2568) ทีมสัตวแพทย์จากคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จะเดินทางเข้ามาร่วมตรวจวินิจฉัยและวางแผนการรักษาเพิ่มเติมต่อไป

อาการล่าสุด "ข้าวต้ม" ลูกช้างป่า พลัดหลง ยังอ่อนแรง ลุกเดินไม่ได้

อาการล่าสุด "ข้าวต้ม" ลูกช้างป่า พลัดหลง ยังอ่อนแรง ลุกเดินไม่ได้