วันพุธ ที่ 1 เมษายน 2569

Login
Login

ไทยปะทะม็อบกัมพูชา กองทัพบก ยืนยัน 'หนองหญ้าแก้ว' เป็นอธิปไตยไทย

ไทยปะทะม็อบกัมพูชา กองทัพบก ยืนยัน 'หนองหญ้าแก้ว' เป็นอธิปไตยไทย

ม็อบกัมพูชาปะทะทหารไทย บุกรุกทำลายสิ่งกีดขวางของทางการ กองทัพบก ยืนยันพื้นที่ "หนองหญ้าแก้ว" อยู่ในเขตอธิปไตยไทย หลังเกิดเหตุปะทะกับมวลชนกัมพูชา

จากกรณีเหตุการณ์ในวันนี้ (17 ก.ย. 68) ที่มวลชนกัมพูชา ชุมนุมประท้วง ขัดขวางเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย ขณะวางเครื่องกีดขวางเสริมความมั่นคง บริเวณบ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว จนเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยต้องใช้มาตรการสากลเข้าควบคุมระงับเหตุ ไม่ให้ลุกลามขยายตัวจนเป็นการจลาจล

พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า เหตุดังกล่าวสืบเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 68   ที่ผ่านมา มวลชนกัมพูชาเข้าทำการรื้อถอนสิ่งกีดขวางป้องกันตนเองของฝ่ายไทย ในพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว ซึ่งอยู่ในเขตอธิปไตยไทยอย่างชัดเจน และเช่นเดียวกับในวันนี้ หลังจากที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยพยายามเข้าวางเครื่องกีดขวางเสริมความมั่นคงในบริเวณดังกล่าว กลับพบการเข้าขัดขวางของมวลชนกัมพูชาจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่มีอาวุธเป็นท่อนไม้และหนังสติ๊ก จนสุดท้ายจำเป็นต้องใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนเข้าระงับเหตุตามหลักสากล ด้วยการใช้แก๊สน้ำตาและกระสุนยาง เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์ลุกลามเป็นการจลาจล

ไทยปะทะม็อบกัมพูชา กองทัพบก ยืนยัน 'หนองหญ้าแก้ว' เป็นอธิปไตยไทย
 

ทั้งนี้ ได้รับรายงานว่าเจ้าหน้าที่บางส่วนได้รับบาดเจ็บจากการถูกขว้างปาด้วยท่อนไม้ ก้อนหิน รวมถึงถูกยิงด้วยหนังสติ๊ก

โฆษกกองทัพบก ยังได้ย้ำว่า สถานการณ์ดังกล่าวถือว่ามวลชนกัมพูชารุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ประเทศไทย ขัดขวางการปฏิบัติงานและทำลายสิ่งของของเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นการกระทำที่ชัดเจนว่าผิดต่อกฎหมายของประเทศไทยในหลายมาตรา  

โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายกัมพูชาเพิกเฉยและมิได้ดำเนินการ ห้ามปรามแต่อย่างใด ซึ่งมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการยั่วยุ เป็นความตั้งใจที่จะละเมิดในข้อตกลงหยุดยิงโดยให้ประชาชนเป็นผู้ออกหน้า 

ดังนั้น การเข้าดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจในการระงับเหตุ และใช้เครื่องมือที่เน้นการผลักดันเพื่อระงับเหตุจลาจล จึงถือว่าเป็นไปตามหลักสากล และเหมาะสมต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ยืนยันว่าพื้นที่ที่เกิดเหตุอยู่ในเขตพื้นที่อธิปไตยไทยอย่างชัดเจน  อีกทั้งไม่ได้อยู่ในเขตพื้นที่ที่กัมพูชาอ้างสิทธิ์ หรืออยู่ในเขตพื้นที่ของกัมพูชา อย่างที่ทางฝ่ายกัมพูชาพยายามให้ข้อมูลบิดเบือน  เชื่อว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่าย การกระทำผิดกฎหมายของประเทศไทย อย่างชัดเจน