พลิกวิกฤตน้ำเสียเป็นพลังฟื้นฟูเมือง กทม. เริ่มจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสียใน 22 เขต ตามข้อบัญญัติใหม่ มีผลบังคับใช้ 12 สิงหาคม 2568
วันนี้ (19 ส.ค. 68) นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงการจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสีย โดยกรุงเทพมหานคร เตรียมจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสีย ตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสีย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 ด้วยเจตนารมณ์ให้แหล่งกำเนิดน้ำเสียต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหามลพิษ โดยได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2568 ทำให้กฎหมายการจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสีย จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม 2568 โดยจะทำการจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสียของเดือนกันยายน 2568 เป็นต้นไป ครอบคลุม 22 เขต ในพื้นที่บริการโรงควบคุมคุณภาพน้ำ 8 แห่ง ตามหลักการสากล “ผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย (Polluter Pays Principle)” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลระบบบำบัดน้ำเสียและพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน
โดยเริ่มนำร่องจัดเก็บจากแหล่งกำเนิดน้ำเสียประเภท 3 เช่น โรงแรม โรงงาน และสถานประกอบการที่ใช้น้ำเกิน 2,000 ลบ.ม./เดือน อัตรา 8 บาท/ลบ.ม. ส่วนแหล่งกำเนิดประเภทที่ 1 และ 2 จะเริ่มจัดเก็บในภายหลังหรือยื่นขอเข้าร่วมได้โดยสมัครใจ ผู้ขอรับบริการสามารถยื่นคำร้องผ่านเว็บไซต์ https://tariffconnect.bangkok.go.th หรือสำนักงานจัดการคุณภาพน้ำ สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2203 2657
ติดตามรายละเอียดได้ที่ (คลิก)
“มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพลิกวิกฤตน้ำเสีย ให้กลายเป็นพลังแห่งการฟื้นฟูเมือง ถึงเวลาแล้วที่เราทุกคนจะมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลง ร่วมสร้างมหานครที่น่าอยู่อย่างยั่งยืน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และพร้อมส่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าให้กับคนรุ่นต่อไป เพียงแค่เราร่วมจ่ายค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสียอย่างถูกต้องและต่อเนื่อง ก็เท่ากับเราได้มีส่วนสำคัญในการดูแลทรัพยากรน้ำอันมีค่า คืนความสะอาดให้กับแม่น้ำลำคลอง และระบบนิเวศให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง” โฆษกฯ กทม. ย้ำในตอนท้าย





