วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

รัฐบาล ยกระดับคุมเข้ม 'ไข้หวัดนก H5N1' หลังพบระบาดหนักในกัมพูชา

รัฐบาล ยกระดับคุมเข้ม 'ไข้หวัดนก H5N1' หลังพบระบาดหนักในกัมพูชา

ไทยเฝ้าระวังสูงสุด! รัฐบาล ยกระดับมาตรการป้องกันและควบคุม "ไข้หวัดนก H5N1" สายพันธุ์รุนแรง หลังสถานการณ์ในกัมพูชาน่าเป็นห่วง

กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยกระดับมาตรการเฝ้าระวัง โรคไข้หวัดนก H5N1 สายพันธุ์ย่อย Clade 2.3.2.1e อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดน ที่ติดกับประเทศกัมพูชา หลังจากพบผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไข้หวัดนกในกัมพูชาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

รัฐบาลเร่งคุมเข้มไข้หวัดนก H5N1 หลังพบการระบาดในกัมพูชา

นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ปัญหาโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนยังคงเป็นความท้าทายสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ สังคม และเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อความเชื่อมั่นในระบบปศุสัตว์และสาธารณสุขของประเทศ หนึ่งในโรคที่น่าเป็นห่วงและยังคงมีการแพร่ระบาดเป็นระยะคือ “ไข้หวัดนก” สายพันธุ์ H5N1 และสายพันธุ์ย่อย Clade 2.3.2.1e ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีความรุนแรงและมีโอกาสแพร่สู่คนได้สูง

สถานการณ์ในประเทศกัมพูชาเป็นข้อบ่งชี้ที่ชัดเจน โดยตั้งแต่ปี 2566 ถึงปี 2568 มีรายงาน ผู้ป่วยไข้หวัดนกสะสม ถึง 26 ราย และเสียชีวิต 11 ราย โดยในปี 2568 พบผู้ป่วยสะสม 13 ราย และมีรายงานผู้เสียชีวิตล่าสุดเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 ถึง 6 ราย จังหวัดเสียมราฐเป็นพื้นที่ที่มีรายงานผู้ป่วยสะสมสูงสุดถึง 4 ราย

ยกระดับมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังชายแดน

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนกในกัมพูชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดเสียมราฐที่อยู่ใกล้ชายแดนไทย รัฐบาล โดย กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จึงได้ยกระดับมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังในพื้นที่ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณติดกับชายแดนไทย-กัมพูชา ว่าจะไม่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนกจากประเทศเพื่อนบ้าน
 

นอกจากนี้ เพื่อให้มาตรการป้องกันและเฝ้าระวังเป็นไปอย่างเข้มงวดสูงสุด กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ขอความร่วมมือจากเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกในระบบฟาร์มให้เข้มงวดด้าน ความปลอดภัยทางชีวภาพขั้นสูงสุด ซึ่งรวมถึง

  • การทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคในโรงเรือนและบริเวณโดยรอบอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
  • สัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์มต้องรักษาระบบความปลอดภัยภายในฟาร์ม และควบคุมการเข้า-ออกฟาร์มอย่างเคร่งครัด
  • พ่นยาฆ่าเชื้อยานพาหนะทุกคันที่เข้า-ออกฟาร์ม และทำความสะอาดฆ่าเชื้อในพื้นที่เสี่ยงต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ
  • ผลักดันให้ระบบการเลี้ยงสัตว์ปีกเข้าสู่มาตรฐาน GAP (Good Agricultural Practices) หรือ GFM (Good Farm Management)

ความร่วมมือจากเกษตรกรคือหัวใจสำคัญ

นายอนุกูลย้ำว่า แม้ความเสี่ยงที่โรคไข้หวัดนกจะแพร่ระบาดเข้าสู่ประเทศไทยจะอยู่ในระดับต่ำ แต่รัฐบาลจะไม่ละเลยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จึงขอความร่วมมือไปยังเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกให้หมั่นสังเกตอาการสัตว์อย่างใกล้ชิด หากพบสัตว์ปีกป่วยหรือตายผิดปกติ ห้ามนำไปจำหน่าย แจกจ่าย หรือนำไปประกอบอาหารโดยเด็ดขาด และขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอ, อาสาปศุสัตว์, อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน, และเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่ทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบและดำเนินมาตรการควบคุมโรคโดยเร็วที่สุด

หากมีข้อสงสัย ประชาชนสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอหรือสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดใกล้บ้าน หรือ สำนักควบคุม ป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ (สคบ.) กรมปศุสัตว์ หรือ สายด่วนกรมปศุสัตว์ โทร. 06-3225-6888 หรือแจ้งผ่าน Application : DLD 4.0 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง