วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

จับตาสถานการณ์น้ำ ภาคเหนือตอนบน เสี่ยงน้ำหลาก อิทธิพล 'พายุวิภา'

จับตาสถานการณ์น้ำ ภาคเหนือตอนบน เสี่ยงน้ำหลาก อิทธิพล 'พายุวิภา'

กรมชลประทาน เฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกหนักในภาคเหนือตอนบน จากอิทธิพล "พายุโซนร้อนวิภา" พร้อมเตรียมบริหารจัดการน้ำอย่างรัดกุม ลดผลกระทบในพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก

ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน กำลังติดตาม สถานการณ์น้ำ อย่างใกล้ชิดในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ซึ่งได้รับอิทธิพลจาก พายุโซนร้อนวิภา และร่องมรสุม ทำให้มีฝนตกต่อเนื่อง โดยเฉพาะระหว่างวันที่ 27-29 กรกฎาคม 2568 กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ของจังหวัดเชียงราย พะเยา และน่าน

สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ

ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศมีปริมาณน้ำรวมอยู่ที่ 62% ยังสามารถรองรับน้ำได้อีกมาก โดยเฉพาะ เขื่อนสิริกิติ์ ซึ่งรองรับมวลน้ำจากภาคเหนือ มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 6,883 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 72% ของความจุ ยังสามารถรับน้ำได้อีก 2,627 ล้านลูกบาศก์เมตร

จับตาสถานการณ์น้ำ ภาคเหนือตอนบน เสี่ยงน้ำหลาก อิทธิพล 'พายุวิภา'
 

เพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์น้ำหลากในพื้นที่ลุ่มน้ำยม ลุ่มน้ำน่านตอนล่าง และลุ่มน้ำเจ้าพระยา เขื่อนสิริกิติ์ได้ปรับลดการระบายน้ำจากวันละ 15 ล้านลูกบาศก์เมตร เหลือวันละ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร ตั้งแต่วันที่ 26-30 กรกฎาคม 2568

ทั้งนี้ กรมชลประทาน วางแผนที่จะปรับเพิ่มการระบายน้ำอีกครั้งในช่วงต้นเดือนสิงหาคม เมื่อปริมาณฝนลดลง เพื่อเตรียมพื้นที่รองรับปริมาณน้ำฝนรอบใหม่ที่คาดว่าจะมาถึงในเดือนกันยายน

จับตาสถานการณ์น้ำ ภาคเหนือตอนบน เสี่ยงน้ำหลาก อิทธิพล 'พายุวิภา'

การเตรียมความพร้อมและการบูรณาการความร่วมมือ

กรมชลประทาน ทำงานร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด ทั้งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) รวมถึงการติดตามข้อมูลปริมาณฝนจากกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ เพื่อวางแผนการบริหารจัดการน้ำอย่างรัดกุม ไม่ให้กระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ นอกจากนี้ ยังได้เตรียมเครื่องจักรและเครื่องมือเพื่อสนับสนุนการเร่งระบายน้ำ เพื่อบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นให้ได้มากที่สุด