วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

ปลดหนี้ชั่วคราว! ธ.ก.ส. อุ้มเกษตรกรน้ำท่วม เลื่อนหนี้ 1 ปี ดอกเบี้ย 0%

ปลดหนี้ชั่วคราว! ธ.ก.ส. อุ้มเกษตรกรน้ำท่วม เลื่อนหนี้ 1 ปี ดอกเบี้ย 0%

ปลดหนี้ชั่วคราว! ธ.ก.ส. อุ้มเกษตรกรน้ำท่วมภาคเหนือ เลื่อนชำระหนี้สูงสุด 1 ปี พร้อมสินเชื่อฉุกเฉินดอกเบี้ย 0% ช่วยฟื้นฟูหลังน้ำลด

ข่าวดีสำหรับเกษตรกรภาคเหนือที่ประสบอุทกภัย! ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ประกาศมาตรการเร่งด่วนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ของลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจาก "พายุวิภา" โดยมาตรการสำคัญประกอบด้วยการเลื่อนชำระหนี้สูงสุด 1 ปี โดยไม่คิดดอกเบี้ยปรับ และสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำรวมวงเงิน 20,000 ล้านบาท

ธ.ก.ส. เร่งช่วยเกษตรกรภาคเหนือประสบอุทกภัย: เลื่อนชำระหนี้ 1 ปี และสินเชื่อฟื้นฟู 2 หมื่นล้าน

จากสถานการณ์อุทกภัยฉับพลันในพื้นที่ภาคเหนือที่เกิดจากอิทธิพลของพายุ "วิภา" ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อที่อยู่อาศัย ทรัพย์สิน และพื้นที่การเกษตรของเกษตรกรจำนวนมาก ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้ประกาศมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสนับสนุนการฟื้นฟูชีวิตของเกษตรกรลูกค้า

นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการ ธ.ก.ส. เปิดเผยว่า ธนาคารได้จัดมาตรการสำคัญเพื่อช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งนี้ โดยมาตรการแรกคือ การเลื่อนการชำระหนี้ ออกไปได้สูงสุดไม่เกิน 1 ปี โดย ธ.ก.ส. จะ ไม่คิดดอกเบี้ยปรับ สำหรับมาตรการนี้ ลูกค้าสามารถแจ้งความประสงค์ได้ที่สาขาของ ธ.ก.ส. ในพื้นที่ที่สังกัด ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568

นอกจากนี้ ธ.ก.ส. ยังได้เตรียม วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท สำหรับมาตรการเสริมสภาพคล่องและฟื้นฟู ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำเพื่อนำไปสร้างหรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัย โรงเรือนการเกษตร เครื่องมือ เครื่องจักรกลการเกษตร รวมถึงการฟื้นฟูการผลิตที่เสียหายจากภัยธรรมชาติ มาตรการนี้ประกอบด้วย 2 โครงการหลัก:

โครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน ปี 2568: เพื่อเสริมสภาพคล่องด้านค่าใช้จ่ายทั่วไปที่จำเป็น เช่น ค่าอุปโภคบริโภค โดยให้วงเงินกู้รายละไม่เกิน 50,000 บาท พิเศษด้วย อัตราดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือนแรก หลังจากนั้นจะคิดอัตราดอกเบี้ย MRR (ปัจจุบัน MRR อยู่ที่ 6.725%)
 

โครงการสินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิต: สำหรับเป็นค่าลงทุนในการซ่อมแซมบ้านเรือนและทรัพย์สิน, ค่าซ่อมแซมเครื่องมือและอุปกรณ์การเกษตรที่เสียหายจากภัยพิบัติ รวมถึงเป็นค่าใช้จ่ายในการทำการเกษตรรอบใหม่ โดยให้วงเงินรายละไม่เกิน 500,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ย MRR-2

นายฉัตรชัย กล่าวเสริมว่า ธ.ก.ส. ขอให้เกษตรกรอย่าได้กังวลใจในช่วงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ธนาคารพร้อมให้การดูแลและช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยได้มอบหมายให้ ธ.ก.ส. ในพื้นที่ประสบภัย เช่น จังหวัดน่าน และจังหวัดพะเยา จัดเตรียมถุงยังชีพ น้ำดื่ม และอาหารกล่อง เพื่อให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้ประสบภัย รวมถึงสนับสนุนหน่วยบรรเทาสาธารณภัยในการปฏิบัติหน้าที่

เมื่อสถานการณ์คลี่คลายลง ธ.ก.ส. จะเร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหายที่อยู่อาศัยและทรัพย์สินของลูกค้า เพื่อรวบรวมข้อมูลและวางแนวทางในการให้ความช่วยเหลืออื่น ๆ ต่อไป เกษตรกรผู้ประสบภัยสามารถแจ้งความประสงค์ขอรับความช่วยเหลือได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 02 555 0555 ตลอด 24 ชั่วโมง