วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

วิถีแห่งพระอริยะ พระพุทธเจ้า ทรงย้ำ 'ไม่ข้องแวะสตรี' ตัดกิเลส

วิถีแห่งพระอริยะ พระพุทธเจ้า ทรงย้ำ 'ไม่ข้องแวะสตรี' ตัดกิเลส

พระพุทธองค์ ทรงสอนภิกษุให้สำรวมตนต่อสตรี เพื่อตัดบ่วงกิเลสและก้าวสู่หนทางแห่งพระนิพพาน การวางตนอย่างเหมาะสมคือแก่นแท้แห่งพระธรรมวินัย

พระปัญญาวชิรโมลี (นพพร ธีรปญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดป่าศรีแสงธรรม อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี เผยแพร่ คำสอนพระพุทธเจ้า กรณีพระกับสตรี โดยกล่าวถึงพุทธวจนะอันเป็นแก่นแท้แห่งพระธรรมวินัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำสอนของพระพุทธเจ้าเกี่ยวกับการปฏิบัติของภิกษุต่อสตรี ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการดำเนินชีวิตอันบริสุทธิ์ของสมณะ

จากพระดำรัสที่ตรัสตอบพระอานนท์เกี่ยวกับข้อปฏิบัติของภิกษุต่อสตรี เมื่อพระองค์ล่วงไปในภายภาคหน้า พระบรมศาสดาได้ทรงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสำรวมอินทรีย์ โดยเริ่มต้นจากการที่ "ไม่ต้องเห็น ไม่ต้องดูเลยเป็นดีที่สุด" เพื่อป้องกันมิให้กิเลสเข้าครอบงำ
 

เมื่อพระอานนท์ทูลถามถึงกรณีที่มีความจำเป็นต้องเห็นหรือดู พระองค์ได้ตรัสตอบอย่างชัดเจนว่า "ถ้าจำเป็นต้องเห็นต้องดู ก็ไม่ควรพูดด้วย" ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการจำกัดปฏิสัมพันธ์เพื่อรักษาความบริสุทธิ์ของจิต

และหากมีความจำเป็นต้องพูดคุย พระองค์ทรงกำชับว่า "ต้องพูดสิ่งที่เป็นประโยชน์ เช่นการแสดงธรรม โดยตั้งสติไว้ให้มั่น ไม่ให้แปรปรวนด้วยราคะตัณหา ไม่มีอาการละเมิดทางกาย ทางวาจา วางตนให้เหมาะสมกับการเป็นสมณะ

พระธรรมวินัยที่พระพุทธองค์ทรงสั่งสอนไว้นั้น มีจุดมุ่งหมายเพื่อการตัดกิเลสและนำไปสู่การหลุดพ้นจากวัฏสงสาร ผู้ใดที่ล่วงเกินพระธรรมวินัยที่พระองค์ตรัสไว้ดีแล้ว ย่อมเป็นไปตามกรรมที่ตนได้ก่อเอาไว้ ไม่ช้าก็เร็วย่อมเห็นผลของกรรมนั้นๆ ดังนั้น การตั้งตนอยู่ในความไม่ประมาทจึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง เพราะการพลาดพลั้งอันนำไปสู่ ปาราชิก (ผู้พ่ายแพ้ต่อกิเลสอันใหญ่) ย่อมหมายถึงการปิดหนทางสู่พระนิพพานในชาตินั้นๆ อย่างสิ้นเชิง

คำสอนนี้จึงเป็นเครื่องเตือนใจแก่พุทธบริษัททุกรูปนาม โดยเฉพาะภิกษุสงฆ์ ให้ยึดมั่นในพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาความบริสุทธิ์ของพระศาสนาและเพื่อการบรรลุซึ่งจุดหมายสูงสุดของพระพุทธศาสนา นั่นคือพระนิพพาน