วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

ป้าถูกแก๊งคอลฯหักหลัง หลอกเปิดบัญชีข้ามไปกัมพูชา จับขังรีดค่าไถ่ตัว

ป้าถูกแก๊งคอลฯหักหลัง หลอกเปิดบัญชีข้ามไปกัมพูชา จับขังรีดค่าไถ่ตัว

เตือนภัย หญิงรุ่นป้าถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หักหลัง หลอกเปิดบัญชีข้ามไปกัมพูชา จับขังรีดค่าไถ่ตัวเพื่อกลับบ้าน

กรณีหญิงรุ่นป้าถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หักหลัง หลอกเปิดบัญชีข้ามไปกัมพูชา จับขังรีดค่าไถ่ตัวเพื่อกลับบ้าน

เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน กก.3 บก.สส.บช.น. ร่วมกันจับกุมตัวหญิงไทย วัยรุ่นป้า อายุ 55 ปี  ในข้อหา ฉ้อโกง, ขำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จฯ ได้ที่บริเวณ ต.คลองนารายณ์ อ.เมืองจันทบุรี จ.จันทบุรี

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ฯได้รับแจ้งจากผู้เสียหายถูกมิจฉาชีพหลอกลวงให้ซื้อเครื่องสูบน้ำผ่านช่องทางเพจเฟซบุ๊กชื่อจำหน่ายเครื่องตัดหญ้า โดยเมื่อโอนเงินไปเป็นจำนวน 3,100 บาท กลับไม่ได้รับสินค้าและไม่สามารถติดต่อได้ สุดท้ายโดนบล็อก 

จึงเข้าแจ้งความ สน.หนองจอก เพื่อดำเนินคดี ต่อมาพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอาญามีนบุรีอนุมัติหมายจับ ก่อนเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหารายนี้ไว้ได้

เมื่อตรวจสอบประวัติเพิ่มเติม พบมีหมายจับอีก 2 หมาย ในท้องที่ สภ.เชียรใหญ่ โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 28 มี.ค.68 เวลาประมาณ 15.00 น. ขณะที่ผู้เสียหายเล่นเฟซบุ๊กพบมีโฆษณาขายโทรศัพท์มือถือไอโฟน 13 ในราคา 1,990 บาท

ผู้เสียหายเห็นจึงสนใจและทักหาเพจ หลังพูดคุยและตกลงซื้อขายกันแล้วนั้น เพจดังกล่าวได้ส่งบัญชีชื่อ ผตห. ซึ่งเป็นชื่อผู้ต้องหามาให้ทางแชตเพื่อให้โอนเงิน โดยหลังผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไปแล้วทางเพจดังกล่าวได้แจ้งว่าต้องจ่ายภาษีในการจัดส่งอีก 2,990 บาท และจะโอนเงินค่าภาษีคืนภายใน 10 นาที 

ผู้เสียหายจึงโอนไปให้ หลังจากโอนเงินค่าภาษีไปประมาณ 10 นาที เพจดังกล่าวแจ้งให้ผู้ส่งที่อยู่ไปให้ และออกอุบายว่ายังมีค่าประกันเครื่องอีก 4,999 บาท ผู้เสียหายจึงแจ้งว่าไม่มีเงินแล้ว เพจดังกล่าวจึงถามผู้เสียหายว่ามีเงินเหลือในบัญชีเท่าไร 

เมื่อผู้เสียหายแจ้งว่าเหลือ 56 บาทและต้องการยกเลิกการสั่งสินค้าเนื่องจากเงินไม่พอ แต่เพจแจ้งว่าหากยกเลิกต้องชำระเงินค่าบริการอีก 499 บาท ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าถูกหลอกและเข้าแจ้งความดำเนินคดีทันที หลังพนักงานสอบสวนประสานงานเจ้าหน้าที่ธนาคารและได้รับเอกสารจากธนาคารแล้วนั้นพบว่าบัญชีชื่อของผู้ต้องหา มียอดเงินเข้าจริง 

โดยพบว่าเมื่อเงินโอนเข้าบัญชีผู้ต้องหาจะถูกโอนต่อไปทันที จึงเชื่อว่าเป็นการกระทำของแก็งคอลเซ็นเตอร์ที่ใช้บัญชีของผู้อื่น (บัญชีม้า) พนักงานสอบสวนจึงรวบรวมหลักฐานขอหมายจับต่อศาลจังหวัดปากพนัง โดยศาลอนุมัติหมายจับดังกล่าว

จากการสอบสวนป้าคนดังกล่าว ให้การว่า ตนได้ถูกชักชวนจากเพื่อนให้เปิดบัญชีธนาคาร แต่ต้องไปสแกนใบหน้าฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน โดนให้ค่าตอบแทนบัญชีละ 5,000 บาท ตนจึงไปเปิดบัญชีธนาคารมา 4 บัญชีและเดินทางไปประเทศเพื่อนบ้าน ข้ามแดนโดยช่องทางธรรมชาติ จ.จันทบุรี 

ซึ่งเมื่อไปถึงตนถูกให้ทำการสมัครแอปพิลเคชันธนาคารในมือถือจำนวน 4 เครื่อง เมื่อสมัครเสร็จแล้วตนถูกสั่งให้อยู่ในห้องเพื่อรอแก๊งคอลเซ็นเตอร์เรียกสแกนใบหน้าเพื่อโอนเงินออกจากบัญชีหลายครั้ง กระทั่งเข้าวันที่ 2 ตนถูกปล่อยให้กลับประเทศไทย แต่เมื่อตนสอบถามเรื่องค่าจ้างของตนจำนวน 20,000 บาท กลับถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โกง ไม่จ่ายค่าจ้าง และขู่เอาเงินจากตนเป็นค่าไถ่ตัวอีก 

ตนจึงโทรหาสามีให้โอนเงินค่าไถ่ให้แก๊งคอนเซ็นเตอร์ 8,000 บาท ตนจึงสามารถเดินทางกลับบ้านที่ จ.จันทบุรี ได้ แต่สุดท้ายก็ถูกเจ้าหน้าที่สืบนครบาลเข้าจับกุม

ทั้งนี้ยังตรวจสอบพบว่า มี 2 คดีอยู่ระหว่างรอออกหมายจับพื้นที่ สภ.สารภี ภ.จว. และพื้นที่ สภ.เมืองภูเก็ต ภ.จว.ภูเก็ต ในข้อหา “ผู้สนับสนุน ฉ้อโกงประชาชน ตัวการ ผู้ใดเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้ บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์โดยมิได้เจตนาใช้เพื่อตนหรือกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดฯ”

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงควบคุมตัวผู้ต้องหาส่ง พงส.สน.หนองจอก และประสานพื้นที่ที่เกี่ยวข้องเข้าอายัดตัวดำเนินการตามกฎหมายต่อไป