วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

'หุ้นน้ำมัน' มาแรง ระวังแก๊งหลอกลงทุนสูญเงินล้าน แฉกลโกงประชาชน

'หุ้นน้ำมัน' มาแรง ระวังแก๊งหลอกลงทุนสูญเงินล้าน แฉกลโกงประชาชน

จังหวะนี้ 'หุ้นน้ำมัน' มาแรง ระวังแก๊งหลอกลงทุนสูญเงินล้าน แฉกลฉ้อโกงประชาชน แจ้งอัปเดตล่าสุดเตือนภัยลงทุนออนไลน์

เหตุสงคราม จังหวะนี้ 'หุ้นน้ำมัน' มาแรง ระวังแก๊งหลอกลงทุน สูญเงินล้าน แฉกลโกง ฉ้อโกงประชาชน แจ้งอัปเดตล่าสุด เตือนภัยลงทุนออนไลน์

ตำรวจไซเบอร์ เปิดเผยกรณีผู้เสียหายได้รู้จักกับเพื่อนคนหนึ่งบนโลกออนไลน์ โดยผู้เสียหายมีความสนใจเรื่องหุ้น ต่อมา เพื่อนของผู้เสียหายจึงแนะนำให้ผู้เสียหายลงทุนหุ้นน้ำมัน อ้างว่าได้ผลกำไรดี

จากนั้นได้แนะนำผู้เสียหายให้รู้จักกับแก๊งหลอกลงทุนลวงลงทุนหุ้นน้ำมันอยู่ก่อนแล้ว และเป็นคนที่ลงทุนเก่ง ผู้เสียหายจึงได้เริ่มติดต่อพูดคุย

แนะนำให้ผู้เสียหายติดต่อกับแอดมินของหุ้นน้ำมันเพื่อสมัครสมาชิก โดยแจ้งว่าให้ลงทุนน้ำมันจะแบ่งผลกำไรกันตามเงินที่ลงทุนไป ผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงโอนเงินไปยังบัญชีที่คนร้ายที่จัดเตรียมไว้รวม จำนวน 7 บัญชี รวมเป็นจำนวนเงิน 2,027,575 บาท ซึ่งจากการลงทุนดังกล่าว ผู้เสียหายได้รับผลตอบแทนคืนมาแค่ในช่วงแรก รวมเป็นจำนวนเงิน 193,501 บาท

ภายหลัง คนร้ายแจ้งว่าผู้เสียหายทำรายการถอนเงินไม่ถูกต้อง จึงต้องโอนเงินเพิ่มเพื่อแก้ไขรายการถอนเงิน และคนร้ายอ้างว่าผู้เสียหายทำผิดกฎต่างๆ สุดท้ายไม่สามารถถอนเงินออกมาได้จริง จึงเชื่อว่า ถูกหลอกลวง และเข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีตามกฎหมาย

 

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐาน จนสามารถขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้กระทำความผิด ในขบวนการดังกล่าวได้แล้ว จำนวน 6 ราย

ล่าสุด พ.ต.ท.ชัยวงศ์ ทองน้อย, พ.ต.ท.รังสรรค์ แสงรูจี, พ.ต.ท.ภาสกร กันประดับ, และ พ.ต.ต.สันติ ชื่นชม สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.1 ได้นำกำลังติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้แล้ว จำนวน 5 ราย ส่วนที่เหลืออีก 1 รายอยู่ระหว่างการติดตามจับกุมตัว

เบื้องต้น ผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่า พวกตนได้เปิดบัญชีธนาคารแล้วขายให้แก่นายหน้าที่รับซื้อ ในราคา 7,000-10,000 บาทต่อบัญชี โดยนายหน้าส่วนใหญ่ อ้างว่านำบัญชีธนาคารดังกล่าวไปใช้ในการซื้อขายสินค้าออนไลน์เพียงเท่านั้น

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงดำเนินคดีในความผิดฐาน

  • ร่วมกันฉ้อโกงแสดงตนเป็นคนอื่น
  • ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไหมว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่ท่านจะเกิดความเสียหายต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานกับสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้อง จนสามารถอายัดเงินในบัญชีธนาคารของหนึ่งในกลุ่มผู้ต้องหาไว้ได้จำนวน 750,000 บาท 

เจ้าหน้าที่ได้ประสานธนาคารเจ้าของบัญชีเพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่าบัญชีดังกล่าวมีเงินของผู้เสียหาย จำนวน 750,000 บาท ได้ถูกโอนเข้ามาตามวันและเวลาตรงตามหลักฐานของผู้เสียหาย จึงเป็นหลักฐานแน่ชัดว่ายอดเงินดังกล่าวเป็นของผู้เสียหายรายนี้จริง 

ในส่วนสาวผู้ต้องหา รับทราบว่าบัญชีของตนเองถูกนำไปใช้ในการกระทำผิด และตนเองขอไม่โต้แย้งกรรมสิทธิ์เงินในบัญชีธนาคารจำนวน 750,000 บาท เนื่องจากตนเองรู้ดีว่าเป็นเงินที่ตนเองไม่มีสิทธิที่จะได้โดยชอบด้วยกฎหมาย และยินดีคืนให้แก่ผู้เสียหายในคดีนี้