เปิดโปง แฉกลฉ้อโกงประชาชน เปิดบริษัท 28 แห่ง หลอกโอนเงิน จับผู้ร่วมขบวนการต้มตุ๋นพันล้าน
ระวังภัยเปิดโปง แฉกลโกง ฉ้อโกงประชาชน เปิดบริษัท 28 แห่ง หลอกโอนเงิน จับผู้ร่วมขบวนการต้มตุ๋นพันล้าน
กรมสอบสวนคดีพิเศษ DSI จับกุมผู้ร่วมขบวนการ แก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ จัดหาคนจดบริษัทปลอมกว่า 28 แห่ง หลอกโอนเงินค่าที่จอดเครื่องบินเจ็ทสนามบินดอนเมือง เหยื่อสูญหลายล้านบาท
ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว ได้จับกุมชายชาวไทย ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน
- ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
- ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนและความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ
- ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนด้วยการแสดงตนเป็นคนอื่น
- ร่วมกันฟอกเงิน
- ร่วมกันสมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน
โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ที่บริเวณหน้าอาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร
เจ้าพนักงานได้แจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และรวมถึงแจ้งว่าต้องบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่องในขณะจับกุมและควบคุมตัวจนกระทั่งส่งมอบตัวให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565
ผู้ต้องหารับทราบและเข้าใจเป็นอย่างดี จึงนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษผู้รับผิดชอบดำเนินการตามกฎหมาย
กลฉ้อโกงประชาชน เปิดบริษัท 28 แห่ง หลอกโอนเงิน
คดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษที่ 118/2566 ของกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรณีแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ สร้างเว็บไซต์หลอกหลวงให้ซื้อสินค้า/บริการที่ไม่มีอยู่จริงกว่า 2,000 เว็บ มูลค่าความเสียหายกว่า 2,000 ล้านบาท (สองพันล้านบาท)
ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้เป็นรายที่ 10 จากจำนวน 24 ราย มีหน้าที่
- จัดหาเอกสารหลักฐานของบุคคลอื่นนำมายื่นจดทะเบียนนิติบุคคล
- เป็นผู้ดำเนินการจดทะเบียนนิติบุคคลให้กับแก็งสแกมเมอร์ จำนวน 28 บริษัท
- กลุ่มสแกมเมอร์ได้นำไปใช้ก่อเหตุ
- โดยมีการส่งอีเมลปลอมไปหลอกลวงให้ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินค่าเช่าที่จอดเครื่องบินเจ็ทในสนามบินดอนเมือง มายังบัญชีธนาคารของบริษัท
- ความเสียหายเป็นเงินจำนวนประมาณ 3,000,000 บาท
- ผู้เสียหายชาวต่างชาติถูกหลอกลวงให้โอนเงินมายังบัญชีธนาคารของบริษัทดังกล่าว เป็นจำนวนสูงถึง 4,500,000 บาท แต่ยังไม่พบการแจ้งความร้องทุกข์จากผู้เสียหายแต่อย่างใด
อ้างอิง ดีเอสไอ





