วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม 2569

Login
Login

ผ่าแผน 'อ่างเก็บน้ำห้วยขะยุง' ศรีสะเกษ ดับภัยแล้ง เพิ่มแหล่งน้ำ

ผ่าแผน 'อ่างเก็บน้ำห้วยขะยุง' ศรีสะเกษ ดับภัยแล้ง เพิ่มแหล่งน้ำ

ศรีสะเกษพลิกโฉม! อ่างเก็บน้ำห้วยขะยุง ดับภัยแล้ง เพิ่มน้ำ ดันท่องเที่ยว รองนายกฯ "ประเสริฐ" สั่งเร่งเดินหน้า เพื่ออนาคตยั่งยืน

วันนี้ (25 พ.ค. 68) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค พื้นที่เขตตรวจราชการที่ 14 โดยมุ่งเน้นการติดตามสถานการณ์น้ำและการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ โดยมีนางพัชรวีร์ สุวรรณิก รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่

รองนายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปติดตามสถานการณ์น้ำ ณ โครงการแก้มลิงห้วยไร่ ตำบลบก อำเภอโนนคูณ จังหวัดศรีสะเกษ จากนั้นเป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์น้ำ ณ ที่ว่าการอำเภอโนนคูณ จังหวัดศรีสะเกษ โดยมีนายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวต้อนรับและรายงานสถานการณ์ทั่วไปของอำเภอ พร้อมด้วยรองเลขาธิการ สทนช. หัวหน้าส่วนราชการ และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำของอำเภอโนนคูณ พร้อมรับฟังสภาพปัญหาความเดือดร้อนและความต้องการด้านน้ำของประชาชน เพื่อหาแนวทางสนับสนุนและแก้ไขปัญหาอุปสรรคในการบริหารจัดการน้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ผ่าแผน 'อ่างเก็บน้ำห้วยขะยุง' ศรีสะเกษ ดับภัยแล้ง เพิ่มแหล่งน้ำ

ข้อสั่งการเพื่อการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน

รองนายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการสำคัญหลายประการเพื่อแก้ไขปัญหาทั้งภัยแล้งและอุทกภัยในระยะยาว

  • กรมชลประทาน : เร่งเตรียมความพร้อมและขอตั้งงบประมาณเพื่อดำเนิน โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยขะยุง อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งจะช่วยลดปัญหาภัยแล้งและเป็นแหล่งน้ำต้นทุนแหล่งใหม่ของจังหวัด นอกจากนี้ หากสามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ ให้ร่วมกับจังหวัดหารือการจัดทำแผนพัฒนาพื้นที่โดยรอบ เพื่อใช้สำหรับกิจกรรมสันทนาการและส่งเสริมการท่องเที่ยว
  • สทนช. บูรณาการร่วมกับกรมชลประทานและกรมทรัพยากรน้ำ : เร่งดำเนินการ โครงการปรับปรุงแก้มลิงห้วยไร่ เพื่อแก้ไขปัญหาให้ทันต่อความต้องการของประชาชน
  • สทนช. ประสานร่วมกับกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง : บริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการระบายน้ำและการกักเก็บน้ำในช่วงฤดูฝนนี้ ให้สามารถเป็นแหล่งน้ำเก็บกักน้ำในฤดูน้ำหลาก เพื่อบรรเทาปัญหาอุทกภัย และนำน้ำที่เก็บกักไว้ไปใช้ประโยชน์ในช่วงฤดูแล้งหน้าได้
  • จังหวัด, กรมชลประทาน, กรมทรัพยากรน้ำ, กรมทรัพยากรน้ำบาดาล, และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น : เร่งรัดตรวจสอบสภาพแหล่งน้ำ อาคารชลศาสตร์ และบ่อบาดาลต่าง ๆ หากพบการชำรุดเสียหายหรือไม่พร้อมใช้งาน ให้ดำเนินการซ่อมแซมหรือปรับปรุงเพื่อใช้ในการบริหารจัดการน้ำในฤดูฝนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และฟื้นฟูแหล่งน้ำบาดาลให้ใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพ
  • จังหวัดประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง : สร้างกระบวนการรับรู้สถานการณ์น้ำ เฝ้าระวังแจ้งเตือน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือฤดูฝน ปี 2568 โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย เพื่อป้องกันและลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้ได้มากที่สุด

ผ่าแผน 'อ่างเก็บน้ำห้วยขะยุง' ศรีสะเกษ ดับภัยแล้ง เพิ่มแหล่งน้ำ
 

โครงการสำคัญเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำในศรีสะเกษ

ด้านนางพัชรวีร์ สุวรรณิก รองเลขาธิการ สทนช. กล่าวเพิ่มเติมว่า จังหวัดศรีสะเกษมักประสบปัญหาน้ำหลากจากแม่น้ำมูลและพื้นที่ตอนบน โดยเฉพาะมวลน้ำจากห้วยสำราญซึ่งไหลผ่านเขตชุมชนเมืองที่มีลำน้ำแคบ ส่งผลให้เกิดอุทกภัยในบางพื้นที่ ขณะเดียวกันบางพื้นที่ยังประสบปัญหาภัยแล้งเนื่องจากแหล่งเก็บกักน้ำต้นทุนมีจำกัด

กรมชลประทานจึงได้ดำเนิน โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยขะยุง ซึ่งเป็นโครงการสำคัญของจังหวัดศรีสะเกษ หากดำเนินการแล้วเสร็จจะมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น 40 ล้านลูกบาศก์เมตร (ล้าน ลบ.ม.) มีพื้นที่ป้องกันน้ำท่วม 1,725 ไร่ พื้นที่ได้รับประโยชน์ 42,500 ไร่ และครัวเรือนรับประโยชน์ 2,874 ครัวเรือน ปัจจุบันกรมชลประทานอยู่ระหว่างขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเทือกเขาพนมดงรัก โดยมีแผนดำเนินการปี 2570

นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินแผนงานโครงการด้านน้ำต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาทั้งอุทกภัยและภัยแล้ง เช่น:

  • โครงการก่อสร้างระบบระบายน้ำหลักเพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนเมืองศรีสะเกษ ระยะที่ 1
  • โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักน้ำของอ่างเก็บน้ำกุดเตอะ-กุดหวายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พร้อมอาคารประกอบ
  • โครงการขุดลอกคลองบ้านหนองคำถึงบ้านหัวนา พร้อมอาคารประกอบ

ในส่วนของสถานการณ์น้ำปัจจุบัน อ่างเก็บน้ำทุกแห่งของจังหวัดศรีสะเกษมีปริมาตรน้ำรวม 129.24 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 43% ของความจุเก็บกัก ซึ่ง สทนช. ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคาดการณ์ทั้งพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยและพื้นที่เสี่ยงฝนทิ้งช่วงในตลอดฤดูฝนนี้เพื่อติดตามเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามมาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2568 อย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างประโยชน์อย่างยั่งยืนและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ต่อไป