กรมสรรพากร แจ้งเตือนธุรกิจนิติบุคคล ยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 รอบบัญชีปี 2567 ให้ทันกำหนดเวลา หลีกเลี่ยงค่าปรับ จ่ายเงินเพิ่ม เช็กช่องทาง ยื่นภาษีแบบกระดาษ ยื่นภาษีออนไลน์
ทำให้ทันรอบปีเสียภาษี กรมสรรพากร แจ้งเตือนธุรกิจนิติบุคคล "ยื่นแบบ ภ.ง.ด.50" รอบบัญชีปี 2567 ภายในกำหนดเวลา เลี่ยงค่าปรับ จ่ายเงินเพิ่ม เช็กช่องทาง ยื่นภาษีแบบกระดาษ ยื่นภาษีออนไลน์
กรมสรรพากร ได้ส่งสัญญาณเตือนไปยังผู้ประกอบการธุรกิจประเภทนิติบุคคล เช่น บริษัทจำกัด และห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้เตรียมพร้อมและดำเนินการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี หรือที่เรียกกันว่า "ภ.ง.ด.50" สำหรับ รอบระยะเวลาบัญชี ปี 2567 ให้แล้วเสร็จตามกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนด เพื่อป้องกันปัญหาค่าปรับและเงินเพิ่มที่อาจเกิดขึ้น
ทำความเข้าใจ "ภ.ง.ด.50" คืออะไร? เรื่องสำคัญที่นิติบุคคลต้องรู้
สำหรับผู้ประกอบการที่อาจยังไม่คุ้นเคย ภ.ง.ด.50 คือ แบบฟอร์มที่นิติบุคคลมีหน้าที่ต้องยื่นต่อกรมสรรพากรเพื่อแสดงรายการภาษีเงินได้ประจำปี
โดยภาษีที่ต้องชำระนั้นจะคำนวณจากกำไรทางภาษี ซึ่งมาจากการนำรายได้ของกิจการมาหักด้วยค่าใช้จ่ายต่างๆ ตามที่กฎหมายกำหนด
กรมสรรพากรส่งจดหมายแจ้งเตือน ย้ำกำหนดเวลายื่นแบบ ภ.ง.ด.50 ปี 2567
ล่าสุด กรมสรรพากร ได้ดำเนินการจัดส่งจดหมายแจ้งเตือนไปยังนิติบุคคลต่างๆ เพื่อเน้นย้ำถึงกำหนดการยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 โดยมีรายละเอียดกำหนดเวลายื่นแบบดังนี้
ช่องทางการยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 และกำหนดเวลาสุดท้าย
- ยื่นผ่านอินเทอร์เน็ต: สามารถยื่นได้ที่เว็บไซต์กรมสรรพากร rd.go.th ภายใน 158 วัน นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 9 มิถุนายน 2568
- ยื่นด้วยกระดาษ: สามารถยื่นได้ ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่ทุกสาขา ภายใน 150 วัน นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 30 พฤษภาคม 2568
ย้ำ! ยื่นภายในกำหนด ปลอดภัยจากค่าปรับและเงินเพิ่ม การยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 ภายในระยะเวลาที่กำหนดเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อหลีกเลี่ยงภาระค่าปรับและเงินเพิ่มตามกฎหมาย
อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล SME และ Non-SME แตกต่างกันอย่างไร?
สำหรับผู้ประกอบการ SME และ Non-SME จะมีหลักเกณฑ์และอัตราการคำนวณภาษีที่แตกต่างกัน ดังนี้
การคำนวณภาษีสำหรับธุรกิจ SME
- ยกเว้นภาษี สำหรับกำไรสุทธิ 300,000 บาทแรก (สำหรับนิติบุคคล SME ที่มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท และมีรายได้ทั้งปีไม่เกิน 30 ล้านบาท)
- อัตราภาษี 15% สำหรับกำไรสุทธิส่วนที่เกิน 300,000 บาท แต่ไม่เกิน 3,000,000 บาท
- อัตราภาษี 20% สำหรับกำไรสุทธิส่วนที่เกิน 3,000,000 บาทขึ้นไป
ตัวอย่างการคำนวณภาษีนิติบุคคล SME
กรณีมีกำไรสุทธิ 900,000 บาท
- กำไรส่วนที่ได้รับการยกเว้น: 300,000 บาท
- กำไรส่วนที่ต้องเสียภาษี: 900,000 - 300,000 = 600,000 บาท
- ภาษีที่ต้องชำระ: 600,000 x 15% = 90,000 บาท
กรณีมีกำไรสุทธิ 600,000 บาท
- กำไรส่วนที่ได้รับการยกเว้น: 300,000 บาท
- กำไรส่วนที่ต้องเสียภาษี: 600,000 - 300,000 = 300,000 บาท
- ภาษีที่ต้องชำระ: 300,000 x 15% = 45,000 บาท
การคำนวณภาษีสำหรับธุรกิจ Non-SME
อัตราภาษี 20% สำหรับกำไรสุทธิตั้งแต่บาทแรก
ตัวอย่างการคำนวณภาษีนิติบุคคล Non-SME
- กรณีมีกำไรสุทธิ 500,000 บาท
- ภาษีที่ต้องชำระ: 500,000 x 20% = 100,000 บาท
ข้อควรระวัง กรมสรรพากรไม่มีนโยบายติดต่อผ่าน Line หรือ QR Code
กรมสรรพากร แจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังกลุ่มมิจฉาชีพที่อาจแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่สรรพากรติดต่อผ่านแอปพลิเคชัน Line ส่งลิงก์ หรือให้สแกน QR Code เพื่อติดตามการชำระภาษี กรมสรรพากรไม่มีนโยบายดังกล่าว หากมีข้อสงสัยให้ติดต่อเจ้าหน้าที่สรรพากรโดยตรงในวันและเวลาราชการเท่านั้น
การยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 ภายในกำหนดเวลาเป็นหน้าที่สำคัญของผู้ประกอบการนิติบุคคล การทำความเข้าใจเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การยื่นแบบและอัตราภาษีที่เกี่ยวข้อง จะช่วยให้การดำเนินการเป็นไปอย่างราบรื่นและถูกต้องตามกฎหมาย
อ้างอิง-ภาพ : กรมสรรพากร





