สถานการณ์ตึก สตง. ถล่ม พบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่ม ยอดรวมพุ่ง 60 คน กทม. ขยายเวลาเงินเยียวยา เงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยออกไปอีก ชดเชยวันหยุดยาวสงกรานต์ 2568 ยื่นขอรับเงินได้
อัปเดตสถานการณ์ ตึก สตง. ถล่ม พบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มต่อเนื่อง ยอดรวมพุ่งสูง 60 คน ขณะที่ กทม. เร่งบรรเทาความเดือดร้อน ขยายเวลาเงินเยียวยา เงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยออกไปอีก 5 วัน ชดเชยวันหยุดยาวสงกรานต์ 2568 ยื่นขอรับเงินได้ถึง 2 พ.ค. 68
ความคืบหน้าล่าสุดของเหตุการณ์ตึกถล่ม อาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เขตจตุจักร ถล่ม ยังคงเป็นประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจและติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งความคืบหน้าในการค้นหาร่างผู้สูญหายและการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ
พบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่ม 3 ราย ยอดรวมผู้เสียชีวิตพุ่ง 60 ราย
จากข้อมูลเมื่อวานนี้ 24 เมษายน 2568 ทีมค้นหาและกู้ภัยสามารถค้นพบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมอีก 3 ราย โดยในช่วงเย็นเวลาประมาณ 18.00 - 19.00 น. พบ 2 ร่างที่ไม่สามารถระบุเพศได้ และก่อนหน้านั้นในช่วงเช้าพบร่างผู้เสียชีวิตเพศหญิงอีก 1 ราย
ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 60 ราย บาดเจ็บ 9 ราย และยังคงมีผู้ติดค้างอีก 34 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 24 เมษายน 2568 เวลา 18.00 น.) นอกจากนี้ ยังมีการค้นพบนาฬิกาข้อมืออีก 1 ชิ้น ซึ่งเป็นความหวังว่าจะนำไปสู่การระบุตัวตนของผู้สูญหายได้ต่อไป
พื้นที่ที่พบร่างผู้เสียชีวิตมากที่สุดยังคงเป็นบริเวณโซนบันไดหนีไฟข้างปล่องลิฟท์ ซึ่งเจ้าหน้าที่คาดการณ์ว่าจะพบผู้สูญหายเพิ่มเติมได้อีกจากการปฏิบัติงานตามแผนที่วางไว้
กทม. ขยายเวลาช่วยเหลือผู้ประสบภัย เหตุติดขัดสงกรานต์ 2568
นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร (สปภ.) ได้แถลงถึงความคืบหน้าในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว โดยระบุว่า
กรุงเทพมหานครได้พิจารณาขยายระยะเวลาการยื่นคำขอหนังสือรับรองกรณีผู้ประสบภัยฯ ออกไปอีก 5 วัน จากเดิมที่จะสิ้นสุดในวันที่ 27 เมษายน 2568 เป็น วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกและชดเชยให้กับประชาชนที่ไม่สามารถเดินทางมายื่นเอกสารได้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา
ข้อมูลล่าสุด ณ ขณะนี้ มีประชาชนยื่นหนังสือขอรับรองผู้ประสบภัยแล้วทั้งสิ้น 39,127 ราย โดยมีผู้ยื่นในพื้นที่เขตจตุจักรมากที่สุด จำนวน 5,167 ราย
การรื้อถอนซากอาคาร ตึกถล่มคืบหน้า แม้เจออุปสรรคจราจร
สำหรับความคืบหน้าในการรื้อถอนซากอาคารและการค้นหาร่างผู้สูญหาย นายสุริยชัย กล่าวว่า การดำเนินงานในภาพรวมทั้ง 4 โซน (A-D) มีความสูงของซากอาคารใกล้เคียงกัน โดยโซน A และ D อาจจะต่ำกว่าเล็กน้อย
ล่าสุด ณ เวลา 09.30 น. ความสูงของซากอาคารลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 4.30 เมตร ซึ่งลดลงจากเมื่อวานถึง 1.47 เมตร เป็นไปตามแผนที่จะสามารถขนย้ายซากอาคารไปถึงชั้น 1 ได้ภายในสิ้นเดือนเมษายนนี้
อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานเมื่อวานนี้ (24 เมษายน 2568) พบอุปสรรคเล็กน้อยจากการเปิดช่องจราจรเพิ่มเติมอีกหนึ่งฝั่ง ทำให้การขนส่งซากปูน เหล็ก และเศษวัสดุทำได้ช้าลง เนื่องจากรถบรรทุกต้องใช้ระยะทางในการวิ่งและกลับรถเพิ่มขึ้น จากเดิม 1 กิโลเมตร เป็น 2 กิโลเมตร ส่งผลให้รอบการขนส่งลดลง เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว
วันนี้จะมีการเสริมรถบรรทุกเพิ่มเติมจากบริษัท อิตาเลียน-ไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) อีกประมาณ 4 คัน รวมถึงได้รับการสนับสนุนกำลังพลขับรถบรรทุกจากทหารอีก 10 นาย แบ่งเป็น 2 ผลัด เพื่อเร่งการขนย้ายซากในโซน C และ D ให้ได้รอบมากขึ้น ส่วนการขนส่งในโซน A ยังคงเป็นไปตามแผนเดิม
เตรียมปรับแผนรื้อถอนชั้นใต้ดิน เร่งค้นหาผู้สูญหายให้ครบ
เมื่อการรื้อถอนลงไปถึงชั้นใต้ดิน ซึ่งมีความลึกประมาณ 4 เมตร จะมีการปรับแผนการดำเนินงานใหม่ โดยจะเปิดหน้ากว้างในโซน A และ D เพื่อให้หน้าอาคารมีความกว้างขวางและสะดวกต่อการทำงาน รวมถึงการขนย้ายวัสดุออกมาด้านหน้าได้อย่างเต็มที่ ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาในการทำงานให้สั้นลงและรวดเร็วขึ้น เป้าหมายหลักคือการนำวัสดุทั้งหมดออกจากชั้นใต้ดิน เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีผู้สูญหายตกค้างอยู่ในบริเวณดังกล่าว
เฝ้าระวังสุขภาพเจ้าหน้าที่ ป้องกันฝุ่น PM10 และอากาศร้อน
ทีมแพทย์ได้ออกมาให้คำเตือนเกี่ยวกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดและปัญหาฝุ่นละออง PM10 หรือเรียกว่า ฝุ่นหยาบ ที่เกิดจากการรื้อถอนซากอาคาร โดยเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาเพื่อป้องกันฝุ่น
นอกจากนี้ ยังมีการฉีดพ่นน้ำอย่างต่อเนื่องเพื่อลดปริมาณฝุ่นในพื้นที่ก่อสร้าง ซึ่งละอองฝอยน้ำยังช่วยลดอุณหภูมิความร้อนในพื้นที่ได้อีกด้วย จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่ามีเจ้าหน้าที่ป่วยจากสภาพอากาศร้อน
ภาพรวมการทำงานยังราบรื่น พร้อมรับมือปัญหาเครื่องจักร
โดยภาพรวม การดำเนินงานรื้อถอนและค้นหายังไม่มีอุปสรรคใดๆ ที่เป็นปัญหาใหญ่ หากเกิดเหตุการณ์เครื่องจักรเสียหาย จะมีทีมช่างจากอิตาเลียน-ไทยฯ ทหารช่าง และกองโรงงานช่างกล กทม. เข้ามาซ่อมแซมแก้ไขเพื่อให้การทำงานต่อเนื่องได้ ยกเว้นกรณีที่ต้องรออะไหล่ข้ามวัน ซึ่งจะต้องมีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเป็นกรณีไป
เหตุการณ์อาคาร สตง. ถล่ม ยังคงเป็นเรื่องที่น่าติดตามอย่างใกล้ชิด และทุกความคืบหน้าในการค้นหาผู้สูญหาย รวมถึงการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ จะถูกรายงานให้ทราบอย่างต่อเนื่อง
อ้างอิง-ภาพ : เชียงใหม่นิวส์ Chiang Mai News ข่าวเชียงใหม่





