background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

เตรียมรับมือฤดูฝน สทนช. เตือน เหนือ อีสาน ตะวันออก เฝ้าระวังฝนมาก

เตรียมรับมือฤดูฝน สทนช. เตือน เหนือ อีสาน ตะวันออก เฝ้าระวังฝนมาก

สทนช. ย้ำทุกหน่วยเตรียมรับมือฤดูฝน เตือนเฝ้าระวังฝนมากบริเวณภาคเหนือ ฝั่งตะวันออกของภาคอีสาน และภาคตะวันออก

วันนี้ (27 มี.ค. 68) ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ครั้งที่ 3/2568 โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมน้ำปิง ชั้น 4 อาคารจุฑามาศ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยเลขาธิการ สทนช. เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ในวันนี้ได้ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานตาม 8 มาตรการรองรับฤดูแล้ง ปี 2567/2568 ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการทั้งในเชิงป้องกันและรับมือมาอย่างต่อเนื่อง โดยสถานการณ์ในช่วงฤดูแล้งปีนี้ แม้ว่าอ่างเก็บน้ำในหลายพื้นที่จะสามารถกักเก็บน้ำต้นทุนไว้ได้เป็นจำนวนมากในช่วงฤดูฝนปีที่ผ่านมา เช่น ลุ่มน้ำเจ้าพระยา แต่ยังคงมีพื้นที่บางแห่งที่มีฝนตกน้อยส่งผลให้ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ โดยนับตั้งแต่เข้าสู่ฤดูแล้งเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 จนถึงปัจจุบัน 

เตรียมรับมือฤดูฝน สทนช. เตือน เหนือ อีสาน ตะวันออก เฝ้าระวังฝนมาก

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ประกาศเขตให้ความช่วยเหลือ (ภัยแล้ง) ซึ่งประสบปัญหาขาดแคลนน้ำด้านการเกษตร ส่งผลให้พื้นที่การเกษตรบางส่วนได้รับความเสียหาย ใน 2 จังหวัด 10 อำเภอ 15 ตำบล ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี 3 อำเภอ 5 ตำบล ได้เข้าช่วยเหลือโดยใช้เงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยครบทุกพื้นที่แล้ว และจังหวัดบุรีรัมย์ 7 อำเภอ 10 ตำบล ขณะนี้ ปภ. อยู่ระหว่างการสำรวจและพิจารณาให้ความช่วยเหลือเพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนโดยเร็ว

เตรียมรับมือฤดูฝน สทนช. เตือน เหนือ อีสาน ตะวันออก เฝ้าระวังฝนมาก

สำหรับอ่างเก็บน้ำที่มีน้ำน้อย เช่น อ่างเก็บน้ำลำตะคอง ซึ่งมีปริมาณน้ำเพียง 19% ของความจุ ได้มีการวางแผนบริหารจัดการน้ำมาตั้งแต่ช่วงต้นฤดูแล้งเพื่อป้องกันความเสี่ยงขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค โดยการประปาส่วนภูมิภาคและเทศบาลนครนครราชสีมาจะดำเนินการนำน้ำจากลำน้ำมูลและอ่างเก็บน้ำลำแชะมาช่วยสนับสนุนการผลิตประปาให้ตัวเมืองนคราชสีมาอย่างเต็มศักยภาพ

 

ทั้งนี้ ปัจจุบันยังเหลือระยะเวลาก่อนจะสิ้นสุดฤดูแล้งอีกประมาณ 1 เดือน คือในช่วงเดือนเมษายนนี้ ซึ่งคาดว่ามีแนวโน้มจะเกิดพายุฤดูร้อนและมีฝนค่อนข้างมาก โดยจากการประเมินสถานการณ์คาดว่าจะไม่มีพื้นที่ประสบภัยแล้งเพิ่มเติม แต่รัฐบาลยังคงให้ความสำคัญในการลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และให้ดำเนินการเชิงรุกเพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกัน ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลประกาศแจ้งเตือนพายุฤดูร้อนในแต่ละพื้นที่จากกรมอุตุนิยมวิทยา โดยเฉพาะภาคเหนือที่มีแนวโน้มได้รับอิทธิพลของพายุมากที่สุด

นอกจากนี้ ตั้งแต่เดือนเมษายนไปจนถึงปลายฤดูฝน จะต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษในพื้นที่ภาคเหนือ ฝั่งตะวันออกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก เนื่องจากคาดว่าจะมีปริมาณฝนเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังมีแนวโน้มที่จะมีฝนตกมากบริเวณภาคใต้ในช่วงฤดูฝนของภาคใต้เช่นเดียวกัน โดยเบื้องต้นคาดว่าในปีนี้มีโอกาสที่จะมีพายุจรเข้ามาสู่ประเทศไทยประมาณ 1 - 2 ลูก ซึ่งหน่วยงานได้เร่งดำเนินงานตาม 9 มาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2568 เพื่อเตรียมพร้อมรับมืออย่างเคร่งครัด

เตรียมรับมือฤดูฝน สทนช. เตือน เหนือ อีสาน ตะวันออก เฝ้าระวังฝนมาก

พร้อมกันนี้ ที่ประชุมยังได้มีมติเห็นชอบในหลักการแผนปฏิบัติการภายใต้แผนบูรณาการการแจ้งเตือนอุทกภัยทั้งระบบและแผนยุทธศาสตร์ประชาสัมพันธ์ทรัพยากรน้ำในสภาวะวิกฤติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัยและดินโคลนถล่ม ช่วยลดความเสียหายทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และให้ สทนช. เสนอต่อคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) เพื่อพิจารณามอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการ

นอกจากนี้ ยังได้พิจารณาให้ความเห็นต่อผังน้ำลุ่มน้ำปิง โดยมีมติเห็นชอบในหลักการ และเห็นควรให้ สทนช. เสนอผังน้ำลุ่มน้ำปิงต่อ กนช. พิจารณาเพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา และใช้เป็นเครื่องมือบริหารจัดการน้ำทั้งระบบอย่างยั่งยืนต่อไป