background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

DSI ขยายผลขบวนการนำเข้าหมูเถื่อนรายใหญ่ มีเงินหมุนเวียนเกือบ 20,000 ล้าน

DSI ขยายผลขบวนการนำเข้าหมูเถื่อนรายใหญ่ มีเงินหมุนเวียนเกือบ 20,000 ล้าน

DSI ลุยสระบุรี ค้นพื้นที่เป้าหมาย ขยายผลขบวนการนำเข้าหมูเถื่อนรายใหญ่ที่สุด หลังพบข้อมูลโอนเงินกว่า 500 ครั้ง มีเงินหมุนเวียนเกือบ 20,000 ล้านบาท

จากกรณีคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ตรวจสอบ พบว่า กลุ่มของนายทรงพล (สงวนนามสกุล) และนายบริบูรณ์ (สงวนนามสกุล) ซึ่งเป็นกลุ่มนายทุน ได้ร่วมกันนำเข้าสินค้าประเภทซากสัตว์สุกรเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย โดยมีการสำแดงเท็จเป็นปลาซึ่งไม่ต้องชำระภาษีอากร เนื่องจากพิกัดอัตราภาษีศุลกากรปลาเป็น 0% โดยได้นำสินค้าออกไปจากท่าเรือแหลมฉบังแล้วไปจำหน่ายในท้องตลาดในประเทศไทย 

จากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่ากลุ่มนายทรงพล (สงวนนามสกุล) และนายบริบูรณ์ (สงวนนามสกุล) มีการโอนเงินระหว่างกันและโอนเงินไปชำระสินค้ายังบริษัทผู้ผลิตสินค้าในต่างประเทศ โดยมีการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารหลายบัญชี รวมมูลค่าหลายพันล้านบาท ดีเอสไอ ได้ดำเนินการตรวจค้นคลังสินค้าของบริษัทค้าปลีกขนาดใหญ่ของไทย ที่ศูนย์กระจายสินค้ามหาชัยและศูนย์กระจายสินค้าวังน้อย พร้อมยึดสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด เช่น ซากสุกร (หมูเถื่อน), เอกสารการรับขนสินค้าระหว่างประเทศ, คอมพิวเตอร์, โทรศัพท์, บัญชีธนาคาร, ใบถอนเงิน-ฝากเงิน และเอกสารการโอนเงินระหว่างประเทศ 


 

ต่อมาวันนี้ ( 6 ก.พ. 2568 ) พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 126/2566 ได้นำหมายศาลจังหวัดสระบุรี เข้าปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายรายสำคัญ ในเขตพื้นที่ตำบลลำพญากลาง อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นผู้นำเข้าหมูเถื่อนรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยกลุ่มดังกล่าวได้นำเข้าหมูเถื่อนมาจำหน่ายในประเทศไทยเป็นจำนวนมากที่สุดและมีมูลค่าสูงที่สุด และยังได้จัดจำหน่ายให้กับห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ของไทย ซึ่งกระจายสินค้าไปยังสาขาต่างๆ ทั่วประเทศ 

พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า การเข้าตรวจค้นพบว่า บริษัทดังกล่าวเคยจดทะเบียนไว้ยังบ้านเลขที่นี้ แต่ปัจจุบันพบว่า ไม่มีที่ตั้งอยู่ที่นี่ บริษัทดังกล่าวได้มีการทำการโอนเงินกับอีกบริษัทที่เราได้ทำการจับกุมไปแล้ว โดยมีการโอนเงินกันจำนวนเกือบ 500 ครั้ง พร้อมทั้งมีการโอนเงินไปที่ต่างประเทศด้วย
 

สำหรับบริษัทที่ต่างประเทศ คือบริษัทที่ส่งชิ้นส่วนสุกรเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งส่งเข้ามาให้กับ 10 บริษัทที่ได้จับกุมไปแล้วก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้เราต้องมาตรวจค้นที่นี่ ซึ่งบริษัทดังกล่าวมีเงินหมุนเวียนจำนวนเกือบ 20,000 ล้านบาท 

จากการตรวจสอบพบว่า มีการส่งสินค้าเข้าไปบริษัทโมเดิร์นเทรดขนาดใหญ่ และบริษัทเล็ก ๆ จำนวนมาก ขณะเกิดเหตุในช่วงเวลาที่เกิดโรคระบาดในประเทศไทย ซึ่งมีเงินหมุนเวียนจำนวนมาก จึงทำให้เกิดเหตุสงสัยทำให้เราเริ่มตรวจสอบ โดยทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ร่วมทำ พ.ร.บ.ระหว่างประเทศ ร่วมกับอีกหลายประเทศไม่ว่าจะเป็นอิตาลี เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก บราซิล 

โดยทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ สืบทราบว่ามีการสั่งชิ้นส่วนสุกรมาจากประเทศดังกล่าว จึงทำการตรวจสอบจากใบอินวอย เนื่องจากเป็นการสำแดงเท็จการสั่งสินค้านำเข้ามาเป็นโพลิเมอร์ หรือสัตว์น้ำ แต่จริงแล้วเป็นชิ้นส่วนสุกร หรือแจ้งการนำเข้าว่าเป็นปลา แต่จริงแล้วนำเข้าเป็นชิ้นส่วนสุกร จึงทำให้กลุ่มพนักงานสืบสวนสอบสวนของดีเอสไอ ต้องเข้ามาตรวจสอบพื้นที่แห่งนี้ เพื่อค้นหาหลักฐาน 

ปรากฏพบว่าบริษัทดังกล่าวเคยใช้ที่อยู่ที่นี่เป็นที่ตั้ง จึงสอบถามพนักงานของที่นี่พบว่าไม่เคยมาตั้ง หรือทำงานที่นี่แต่อย่างใด เพียงใช้ชื่อ และที่อยู่ของสถานที่นี้เป็นที่ดำเนินการรับส่งเอกสาร นอกจากนี้จากการตรวจสอบพบว่า บ.ที่เข้าตรวจค้นวันนี้ เป็นฟาร์มรีดนมวัว ไม่ใช่สถานที่ชำแหละเนื้อสัตว์ตามที่จดทะเบียน และจากการตรวจสอบทั่วบริเวณพื้นที่ทั้งหมด ไม่พบว่ามีหลักฐาน หรือเอกสารอะไรที่เกี่ยวข้องกับบริษัทที่เราจับกุมแต่อย่างใด 
 

ที่มา : nationtv.tv