วันพุธ ที่ 18 มีนาคม 2569

Login
Login

“นฤมล”สั่ง set zero สารปนเปื้อนในผลไม้ สร้างความเชื่อมั่นตลาดส่งออก

“นฤมล”สั่ง set zero สารปนเปื้อนในผลไม้ สร้างความเชื่อมั่นตลาดส่งออก

“รมว.นฤมล” สั่ง Set Zero สารปนเปื้อนในผลไม้ พร้อมวางมาตรการใหม่ภายใน 10 วัน ลุยตรวจเข้ม ยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยผักผลไม้ไทย สร้างความมั่นใจตลาดส่งออก

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ ครั้งที่ 1/2568 ณ ห้องประชุม 123 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผ่านระบบการประชุมทางไกล ZOOM Cloud Meetings โดยมี นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายการเกษตร ประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง และกรุงโตเกียว เข้าร่วม 
 

โดย ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า ตามที่ได้ปรากฏในข่าวสาธารณรัฐประชาชนจีน ระงับการนำเข้าทุเรียนของไทย ภายหลังตรวจพบการใช้สาร Basic Yellow 2 ในทุเรียนนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่นิ่งนอนใจในเรื่องดังกล่าว และเป็นนโยบายที่ตนได้เน้นย้ำความสำคัญในการควบคุมมาตรฐานสินค้าผัก และผลไม้ จึงได้ประชุมพิจารณาวาระเร่งด่วนเพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาอุปสรรคการค้าผัก ผลไม้ไทย ซึ่งที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบเพิ่มมาตรการตรวจเข้มข้น โดยตรวจทุกตู้ที่มีการส่งออก 100% รวมไปถึงการตรวจสารแคดเมียม หนอนทุเรียน และสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในลำไยด้วย หากตรวจพบจะดำเนินการตามบทลงโทษ ตามประกาศกรมวิชาการเกษตร 
 

“กระทรวงเกษตรฯ ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมเจ้าหน้าที่ ที่จะเข้าไปตรวจตามล้งต่างๆ แล้ว โดยพื้นที่ภาคใต้ที่ จ.ชุมพร และนครศรีธรรมราช เป็นพื้นที่ ที่จะต้องดำเนินการก่อนเนื่องจากผลผลิตทุเรียนกำลังจะทยอยออกสู่ตลาด ขณะเดียวกัน ในระหว่างการเตรียมความพร้อม ดิฉันอยากให้ความมั่นใจกับพี่น้องเกษตรกร ว่า กระทรวงเกษตรฯ พร้อมวางมาตรการใหม่ภายใน 10 วัน และจะดำเนินการอย่างจริงจัง เพื่อยกระดับคุณภาพ และความเชื่อมั่นในทุเรียนไทย อย่างไรก็ตาม ได้ประสานกับกรมการค้าภายในช่วยดูแลเรื่องราคาทุเรียน ขอความร่วมมือผู้รับซื้อทุเรียน ไม่ให้มีการกดราคา”

ศ.ดร.นฤมล เปิดเผยว่า วันที่ 5 – 7 ก.พ.นี้ ตนจะเดินทางไปเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนร่วมกับนายกรัฐมนตรีฯ อย่างเป็นทางการ และจะนำเรื่องดังกล่าวหารือกับทางสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (General Administration of Customs of the. People's Republic China) GACC ถึงการดำเนินมาตรการที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้นในสินค้าผักผลไม้ของไทย เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และส่งออกสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร เนื่องจากสินค้าผัก ผลไม้ของไทยที่ส่งออกไปจีนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี โดยปี 2567 (ม.ค. – พ.ย.) ไทยส่งออกผลไม้สด 1.817 ล้านตัน มูลค่า 177,131 ล้านบาท
    
ทั้งนี้ กรมวิชาเกษตรได้ออกประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง มาตรการควบคุมการปนเปื้อนสารห้ามใช้ในทุเรียนผลไม้สดส่งออกไปสาธารณรัฐประชาชนจีน พ.ศ.2568 โดยมีผลบังคับใช้วันที่ 10 มกราคม 2568 เป็นต้นไป ดังนี้ 1) กรณีที่มีการใช้สารเคมีในกระบวนการผลิต ต้องใช้ทั้งชนิด และปริมาณที่ถูกต้อง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง หรือตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 หรือข้อกำหนดของประเทศคู่ค้า 2) กรณีตรวจพบโรงคัดบรรจุใช้สารห้ามใช้หรือมีสารห้ามใช้ไว้ในครอบครอง จะถูกระงับการส่งออก และนำไปสู่การยกเลิกหนังสือสำคัญแสดงการขึ้นทะเบียนโรงงานผลิตสินค้าพืชก็ได้ และ 3) กรณีเจ้าหน้าที่สงสัยว่าทุเรียนมีการใช้สารห้ามใช้ ให้มีอำนาจสั่งให้โรงคัดบรรจุนำผลทุเรียนนั้นไปตรวจวิเคราะห์กับห้องปฏิบัติการ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาออกใบรับรองสุขอนามัยพืช

สำหรับสถิติการส่งออกผลไม้ไปสาธารณรัฐประชาชนจีน ปี 2565 – 2567 พบว่า ปริมาณการส่งออกทุเรียนลดลง ขณะที่ปริมาณการส่งออกลำไยสูงขึ้นจากปีที่ผ่านมา ดังนี้  ปี 2567 ไทยส่งออกผลไม้ไปสาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวนรวมทั้งสิ้น 101,884 ตู้/ชิปเมนท์ ปริมาณรวม 1,824,815 ตัน มูลค่ารวม 134,954 ล้านบาท โดยมีปริมาณการส่งออกลดลงจากปี 2565 และปี 2566 โดยเป็นการส่งออกทุเรียน จำนวน 52,960 ตู้/ชิปเมนท์ ปริมาณ 824,777 ตัน มูลค่า 88,806 ล้านบาท ในส่วนของการส่งออกลำไย จำนวน 15,102  ตู้/ชิปเมนท์ ปริมาณ 375,327 ตัน มูลค่า 16,018 ล้านบาท ทั้งนี้ กรมวิชาการเกษตรรายงานอีกด้วยว่า ได้เตรียมยื่นขอเปิดตลาดส่งออกลำไยทุกประเภทจาก ไทย ไปฟิลิปปินส์ เพื่อขยายตลาดเพิ่มขึ้น

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์