background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

จุดความร้อน ไทยพุ่ง 328 จุด พบในพื้นที่เกษตรมากสุด กัมพูชาแชมป์ ทะลุ 1,004 จุด

จุดความร้อน ไทยพุ่ง 328 จุด พบในพื้นที่เกษตรมากสุด กัมพูชาแชมป์ ทะลุ 1,004 จุด

GISTDA เผย "จุดความร้อน" ไทยพุ่ง 328 จุด พื้นที่เกษตรมากสุด 138 จุด ขณะที่ "กัมพูชา" ขึ้นนำอันดับ 1 จุดความร้อนทะลุ 1,004 จุด อัปเดต ค่าฝุ่น PM2.5 ล่าสุด เขตหนองแขมสูงสุด เตือนระดับสีแดง มีผลกระทบต่อสุขภาพ

กระทรวง อว. โดย GISTDA เผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี (Suomi NPP) ระบบ VIIRS และจากข้อมูลดาวเทียมดวงอื่นๆ ของเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา พบว่า ประเทศไทยมีจุดความร้อนรวม 328 จุด

ทั้งนี้ ข้อมูลจากดาวเทียมระบุว่า จุดความร้อนที่เกิดขึ้นของประเทศไทยเกิดขึ้นในพื้นที่เกษตร 138 จุด , พื้นที่เขต สปก. 72 จุด , พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 70 จุด , พื้นที่ชุมชนและพื้นที่อื่นๆ 31 จุด , พื้นที่ป่าอนุรักษ์ 13 จุด และพื้นที่ริมทางหลวง 4 จุด

โดย "จังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด" คือ นครราชสีมา 24 จุด

จุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้านพบมากที่สุด ได้แก่ 

  • กัมพูชา 1,004 จุด
  • เวียดนาม 196 จุด
  • พม่า 152 จุด
  • ลาว 113 จุด
  • มาเลเซีย 19 จุด

ทั้งนี้สามารถติดตามรายละเอียดข้อมูลปัจจุบัน ข้อมูลพื้นที่เสี่ยงไฟป่า พื้นที่เผาไหม้ซ้ำซาก รวมถึงดาวน์โหลดข้อมูลย้อนหลังเพิ่มเติมได้ที่ disaster.gistda.or.th/fire

จุดความร้อน ไทยพุ่ง 328 จุด พบในพื้นที่เกษตรมากสุด กัมพูชาแชมป์ ทะลุ 1,004 จุด

 

ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร (กทม.) รายงานสถานการณ์ ฝุ่น PM 2.5 ประจำวันที่ 9 ม.ค. 68 เวลา 11:00 น.

ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร ขอรายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ในกรุงเทพมหานคร ประจำวันที่ 9 มกราคม 2568 เวลา 11:00 น. โดยค่าเฉลี่ยของกรุงเทพมหานคร 60.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.)

5 อันดับของ ค่าฝุ่น PM2.5 เขตสูงสุดในกรุงเทพมหานคร

  • เขตหนองแขม 94.1 มคก./ลบ.ม.
  • เขตบางบอน 77.5 มคก./ลบ.ม.
  • เขตบางขุนเทียน 75.2 มคก./ลบ.ม.
  • เขตภาษีเจริญ 74.8 มคก./ลบ.ม.
  • เขตทวีวัฒนา 71.6 มคก./ลบ.ม.

กรุงเทพเหนือ

50 - 57.3 มคก./ลบ.ม.
ภาพรวม : อยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

กรุงเทพตะวันออก

52.7 - 64.8 มคก./ลบ.ม.
ภาพรวม : อยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

กรุงเทพกลาง

51 - 63.1 มคก./ลบ.ม.
ภาพรวม : อยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

กรุงเทพใต้

54.1 - 70.5 มคก./ลบ.ม.
ภาพรวม : อยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

กรุงธนเหนือ

57.1 - 71.6 มคก./ลบ.ม.
ภาพรวม : อยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

กรุงธนใต้

61.9 - 94.1 มคก./ลบ.ม.
ภาพรวม : อยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

ข้อแนะนำสุขภาพ

คุณภาพอากาศระดับสีส้ม (เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ)

ประชาชนทั่วไป : ใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร จำกัดระยะเวลาในการทำกิจกรรมหรือการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก ควรสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา

ประชาชนกลุ่มเสี่ยง : ใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร เลี่ยงการทำกิจกรรมหรือการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ หากมีอาการผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์

คุณภาพอากาศระดับสีแดง (มีผลกระทบต่อสุขภาพ)

  • งดกิจกรรมกลางแจ้ง
  • หากมีความจำเป็นต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งให้ใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองทุกครั้ง เช่น หน้ากากป้องกัน PM2.5
  • หากมีอาการผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยจากมลพิษทางอากาศ ให้เตรียมยาและอุปกรณ์ที่จำเป็นให้พร้อมและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

จุดความร้อน ไทยพุ่ง 328 จุด พบในพื้นที่เกษตรมากสุด กัมพูชาแชมป์ ทะลุ 1,004 จุด

 

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 15 วันล่วงหน้า (ระหว่างวันที่ 9-23 มกราคม 2568)

วันนี้ 9 มกราคม 2568 มวลอากาศเย็นยังแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ลมมีกำลังอ่อน อากาศอุ่นขึ้น ตอนเช้ายังมีอากาศเย็นและมีหมอก สำหรับภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบนยังมีอากาศหนาว และยังมีหนาวจัดตามยอดภู ยอดดอย มีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ กลางวันอากาศร้อนขึ้น ระวังรักษาสุขภาพช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลง ช่วงนี้อากาศแห้งระวังอัคคีภัย เดินทางสัญจรระวังบริเวณที่มีหมอกหนา ส่วนภาคใต้ฝนน้อยลง แต่ยังเกิดขึ้นบางแห่งฝั่งอ่าวไทย คลื่นลมอ่อนลง ระวังคลื่นลมแรงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

ช่วงวันที่ 10-13 มกราคม 2568 คาดว่าจะมีมวลอากาศเย็นกำลังแรงแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ลมหนาวพัดแรง อุณหภูมิลดลง อาจลดลงไปถึงภาคใต้ตอนบน โดยภาคเหนือและอีสานลดลง 5-7 องศาเซลเซียส อากาศหนาวหลายพื้นที่ หนาวจัดยังคงเกิดขึ้นได้บริเวณยอดภู ยอดดอย ต้องเฝ้าระวังอากาศที่เปลี่ยนแปลง ระวังลมแรงและอากาศหนาวเย็น ส่วนภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นบ้างและตกหนักบางแห่งบริเวณภาคใต้ตอนล่าง คลื่นลมแรงขึ้น ระวังคลื่นซัดฝั่ง ชาวเรือต้องเฝ้าระวังเรือเล็กงดออกจากฝั่งโดยเฉพาะบริเวณอ่าวไทย

และช่วงวันที่ 14-23 มกราคม 2568 มวลอากาศเย็นจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมเป็นระลอกๆ อุณหภูมิจะสูงขึ้นและลดลงสลับกันไป ฤดูหนาวยังไม่สิ้นสุด ยังสามารถสัมผัสอากาศหนาวเย็นถึงหนาวได้บริเวณภาคเหนือ ภาคอีสานตอนบน ถึงปลายเดือนมกราคม ส่วนภาคใต้ในระยะนี้ฝนน้อยลง

จุดความร้อน ไทยพุ่ง 328 จุด พบในพื้นที่เกษตรมากสุด กัมพูชาแชมป์ ทะลุ 1,004 จุด