วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

'ข้าราชการ' เสียค่าโง่สูญเงินล้าน กดลิงก์หลอกแจกเงินเบี้ยหวัดบำนาญ ช.ค.บ.

'ข้าราชการ' เสียค่าโง่สูญเงินล้าน กดลิงก์หลอกแจกเงินเบี้ยหวัดบำนาญ ช.ค.บ.

อุทาหรณ์ต้องรู้ 'ข้าราชการ' ทหารตำรวจเจ้าหน้าที่รัฐ เสียค่าโง่สูญเงินล้าน กดลิงก์หลอกกรมบัญชีกลางแจกเงินเบี้ยหวัดบำนาญ ช.ค.บ.

กรุงเทพธุรกิจ แจ้งเตือนอุทาหรณ์ต้องรู้ 'ข้าราชการ' ทหารตำรวจเจ้าหน้าที่รัฐ เสียค่าโง่สูญเงินล้าน มิจฉาชีพกดลิงก์หลอก กรมบัญชีกลาง แจกเงินเบี้ยหวัดบำนาญ ช.ค.บ.

ตำรวจไซเบอร์ จับกุมรวบแก๊งตุ๋นข้าราชการเกษียณ อ้างแจกเงินแล้วลวงสแกนใบหน้า สุดท้ายเงินหายกว่า 2 ล้าน

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 25 มี.ค. 67 ขณะที่ผู้เสียหายซึ่งเป็นข้าราชการเกษียณอายุ ได้พักอาศัยอยู่ที่บ้านพักตนเองในพื้นที่ อ.บัวเชด จ.สุรินทร์

มิจฉาชีพโทรศัพท์หาผู้เสียหายโดยอ้างว่าเป็นผู้จัดการธนาคารและจะทำการโอนเงิน ชคบ. จำนวน 83,000 บาท ซึ่งค้างจ่ายอยู่ ให้แก่ผู้เสียหาย ซึ่งผู้เสียหายเองก็ไม่ทราบว่า การเบิกจ่ายเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ (ช.ค.บ.) หรือ ชคบ. คืออะไร แต่ก็ได้หลงเชื่อและทำตามขั้นตอนที่มิจฉาชีพแนะนำ

 

แฉกลหลอกลวง ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่รัฐ กดลิงก์หลอกแจกเงินเบี้ยหวัดบำนาญ ช.ค.บ.

มิจฉาชีพ สอบถามเรื่องบัญชีธนาคารกับผู้เสียหาย ว่ามีกี่บัญชี เลขบัญชีอะไรบ้าง ผู้เสียหายจึงแจ้งข้อมูลไป และมิจฉาชีพได้ชวนคุยเรื่องทั่วไป

  1. คนร้ายได้ให้ผู้เสียหายแอดไลน์และส่งลิงก์ปลอมของแอปพลิเคชันกรมบัญชีกลางให้ ผู้เสียหายจึงกดลิงก์
  2. ทำตามขั้นตอนที่คนร้ายแนะนำ
  3. มิจฉาชีพได้ส่ง QR Code ให้ผู้เสียหายสแกน และทำการสแกนใบหน้า โดยอ้างว่าเพื่อความสะดวกในการโอนเงินเข้าบัญชี
  4. เสร็จสิ้นขั้นตอนต่างๆ คนร้ายจึงแจ้งผู้เสียหายว่าจะโทรกลับมาหาใหม่ในวันถัดไป
  5. หลังจากวางสายผู้เสียหายรู้สึกสงสัยว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริงหรือไม่ จึงเดินทางไปตรวจสอบที่ธนาคารสาขาของบัญชีตนเอง
  6. ปรากฎว่าเงินของผู้เสียหายได้ถูกโอนออกจากบัญชีจำนวน 2 บัญชี บัญชีที่ 1 จำนวน 2,000,000 บาท และบัญชีที่ 2 จำนวน 49,999 บาท รวมสูญเงินไปทั้งหมด จำนวน 2,049,999 บาท

จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนในเวลาต่อมา และได้รวบรวมพยานหลักฐานขอออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องได้หลายราย

ต่อมา พ.ต.อ.สุรพงษ์ ไทยประเสริฐ รอง ผบก.สอท.2 รรท.ผบก.สอท.3 ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.อดิชาต อมรประดิษฐ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3 ส่งเจ้าหน้าที่ออกสืบสวนและเร่งจับกุมผู้ร่วมขบวนการ

มาดำเนินคดี กระทั่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน นำโดย พ.ต.ท.สมพร บุตรวงศ์ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.3 พร้อมชุดสืบสวน สืบทราบว่ามีผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีดังกล่าวหลบหนีไปอยู่ในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและวางแผนเข้าจับกุม

กระทั่งสามารถเข้าจับกุมตัว น.ส.เด่นณภา อายุ 34 ปี โดยจับกุมได้ที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ หมู่ 1 ต.ลมศักดิ์ อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ ตามหมายจับศาลจังหวัดสุรินทร์ ที่ 226/2567 ลงวันที่ 12 ก.ย.67

ในข้อหา

  • ร่วมกันลักทรัพย์โดยลวงว่าเป็นเจ้าพนักงาน โดยร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป
     
  • ร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิ์ใช้ เพื่อประโยชน์ในการชำระค่าสินค้า ค่าบริการ หรือหนี้สินอื่นแทนการชำระด้วยเงินสด หรือใช้เบิกถอนเงินสด
     
  • ร่วมกันทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือร่วมกันเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกัน การเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน

เบื้องต้น น.ส.เด่นณภา ให้การว่า ได้ถูกเพื่อนชักชวนให้รับจ้างเปิดบัญชีธนาคาร จึงได้เปิดไป จำนวน 6 บัญชี

และหลังจากนั้นเพื่อได้พาเดินทางไปทำงานยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยทำหน้าที่สแกนใบหน้าเพื่อโอนเงินออกจากบัญชีหลังจากที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ลวงเหยื่อให้โอนเงินเข้ามายังบัญชีตนเองแล้ว

โดยตลอด 10 วันที่ผู้ต้องหาทำงานอยู่ที่ประเทศเพื่อนบ้าน ได้มีเงินถูกโอนเข้ามาในบัญชีตนเองจำนวนหลายล้ายบาท

และตนเองได้ค่าจ้าง จำนวน 30,000 บาท เมื่อบัญชีถูกอายัดจึงได้เดินทางกลับประเทศไทย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.สอท.3 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย