วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

โดน! ชง ปปง. ยึดทรัพย์นายทุนทิ้งขยะพิษ เพื่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพประชาชน

โดน! ชง ปปง. ยึดทรัพย์นายทุนทิ้งขยะพิษ เพื่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพประชาชน

กมธ.วุฒิสภา ชง ปปง. ยึดทรัพย์นายทุนทิ้งขยะพิษ เพิ่มโทษเอาผิดนายทุนตั้งโรงงานเถื่อนและทิ้งขยะพิษ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพประชาชน

กรณี กมธ.วุฒิสภา ชง ปปง.  ยึดทรัพย์นายทุนทิ้งขยะพิษ คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เตรียมระดมพลังผลักดันการเพิ่มโทษเอาผิดนายทุนตั้งโรงงานเถื่อนและทิ้งขยะพิษ พร้อมมาตรการยึดทรัพย์ หวังลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชน

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2567 นายชีวะภาพ ชีวะธรรม สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณาศึกษากรณีสารเคมีรั่วไหลจากเหตุระเบิดของโรงงานผลิตเคมีภัณฑ์ ที่จังหวัดปราจีนบุรีและพื้นที่อื่นๆ

โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจงและให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการฯ ณ ห้องประชุม CA 429 อาคารรัฐสภา ประกอบด้วย

  • ผู้แทนจากกรมควบคุมมลพิษ
  • กรมการจัดหางาน
  • กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
  • สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง.

นายชีวะภาพ กล่าวถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาการลักลอบทิ้งขยะพิษอย่างจริงจังว่า คณะกรรมาธิการฯ มีแผนที่จะระดมความคิดและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

  1. ภาครัฐ
  2. ภาคเอกชน
  3. ภาคประชาชน 

เพื่อร่วมกันปรับปรุงกฎหมายให้มีความเข้มงวดมากขึ้น และกำหนดมาตรการลงโทษที่รุนแรงมากขึ้นสำหรับผู้กระทำผิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้มาตรการยึดทรัพย์ผู้ที่กระทำการทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างร้ายแรง เพื่อให้เกิดความเกรงกลัวและลดการกระทำผิดซ้ำ ซึ่งจะเป็นการสร้างความตระหนักและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมในภาคธุรกิจ รวมถึงการสร้างกลไกการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพ

โดน! ชง ปปง. ยึดทรัพย์นายทุนทิ้งขยะพิษ เพื่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพประชาชน

การผลักดันกฎหมายดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญเพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการลักลอบทิ้งขยะพิษที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในวงกว้าง

การเพิ่มโทษทางอาญาและการใช้มาตรการยึดทรัพย์ จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องปรามและลงโทษผู้กระทำผิดอย่างมีประสิทธิภาพ

คณะกรรมาธิการฯ คาดหวังว่าการปรับปรุงกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด จะช่วยลดปัญหาการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศได้อย่างยั่งยืน