background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

รับสิทธิ 'บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ' ยืนยันตัวตน ภายใน 26 ธ.ค. 67 ก่อนถูกตัดสิทธิ

รับสิทธิ 'บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ' ยืนยันตัวตน ภายใน 26 ธ.ค. 67 ก่อนถูกตัดสิทธิ

คลัง เร่ง ผู้ผ่านคุณสมบัติ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" 878,431 คน ยืนยันตัวตน (e-KYC) เพื่อรับสิทธิสวัสดิการ ภายในวันที่ 26 ธันวาคม 2567 ก่อนจะถือว่าไม่ประสงค์รับสิทธิ

โครงการบัตรสวัสกิการแห่งรัฐ บัตรคนจน ล่าสุด นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม (คณะกรรมการฯ) เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2567 ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการฯ ได้มีมติเห็นชอบการกำหนดระยะเวลาการยืนยันตัวตน (e-KYC) สำหรับผู้ผ่านคุณสมบัติโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 หรือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สำหรับกลุ่มที่ยังไม่มายืนยันตัวตนเพื่อรับสิทธิสวัสดิการ จำนวน 878,431 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 7 พฤศจิกายน 2567)

โดยผู้ผ่านคุณสมบัติกลุ่มดังกล่าวจะต้องดำเนินการยืนยันตัวตน และผลการยืนยันตัวตนต้องแสดงสถานะว่า “ผ่านการยืนยันตัวตน (e-KYC)” ภายในวันที่ 26 ธันวาคม 2567 เพื่อรับสิทธิสวัสดิการภายใต้โครงการฯและสามารถใช้สิทธิสวัสดิการผ่านบัตรประจำตัวประชาชนได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป 
 

อย่างไรก็ดี ผู้ที่ผ่านการยืนยันตัวตนภายในวันดังกล่าว จะไม่ได้รับสิทธิสวัสดิการย้อนหลังสำหรับเดือนก่อนหน้า ในกรณีที่ผู้ผ่านคุณสมบัติไม่ดำเนินการยืนยันตัวตน ภายในวันที่ 26 ธันวาคม 2567 จะถือว่าท่านไม่ประสงค์รับสิทธิ และสามารถลงทะเบียนใหม่ตามโครงการฯ ครั้งต่อไป

ทั้งนี้ ในการยืนยันตัวตน ผู้ผ่านคุณสมบัติจะต้องใช้บัตรประจำตัวประชาชนอเนกประสงค์ (Smart Card) และต้องผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขประจำตัวประชาชนกับธนาคารใดก็ได้ เพื่อเป็นประโยชน์ในการรับสิทธิสวัสดิการ หากภาครัฐมีการให้สวัสดิการเป็นเงินโอนเข้าบัญชีในอนาคต ซึ่งสามารถยืนยันตัวตนได้ที่ธนาคารกรุงไทยฯ ได้ทุกวัน รวมวันเสาร์ - อาทิตย์ สาขาทั่วไปตั้งแต่เวลา 08.30 - 16.00 น. และสาขาในห้างสรรพสินค้าตั้งแต่เวลา 11.00 - 19.00 น.
 

สำหรับผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้สูงอายุที่ไม่สามารถเดินทางมายืนยันด้วยตนเอง สามารถมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมายืนยันตัวตนแทนได้ โดยใช้เอกสาร ดังนี้ (1) บัตรประจำตัวประชาชน(ผู้ลงทะเบียน) (2) หนังสือมอบอำนาจ (3) บัตรประจำตัวประชาชน (ผู้ได้รับมอบอำนาจ) (4) สำเนาบัตรประจำตัวคนพิการ (ถ้ามี) หรือ (ผู้ได้รับมอบอำนาจ) ใบรับรองแพทย์ (ถ้ามี) ให้นำมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่หน่วยงานยืนยันตัวตน

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและรายละเอียดโครงการฯ เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ (คลิก) หรือ https://welfare.mof.go.th