background-default

วันเสาร์ ที่ 24 มกราคม 2569

Login
Login

อ่วม! คุก 1.7 หมื่นปี ศาลพิพากษาลงโทษ จำเลยคดีแชร์ลูกโซ่ "คอนเซ็ปต์ ซีรี่ส์"

อ่วม! คุก 1.7 หมื่นปี ศาลพิพากษาลงโทษ จำเลยคดีแชร์ลูกโซ่ "คอนเซ็ปต์ ซีรี่ส์"

คุกอ่วม! ศาลอาญาพิพากษาลงโทษจำคุก จำเลยคดีแชร์ลูกโซ่ "คอนเซ็ปต์ ซีรี่ส์" รวม 17,0665 ปี DSI เตือนประชาชนระมัดระวังในการลงทุนที่อ้างผลตอบแทนสูงในระยะเวลาสั้น

ตามที่ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มีคำสั่งให้ทำการสอบสวนเป็นคดีพิเศษ กรณีประชาชนเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับ บริษัท คอนเซ็ปต์ ซีรี่ส์ จำกัด กับพวกรวม 7 ราย ซึ่งมีพฤติกรรมในการหลอกลวงประชาชนให้เข้าร่วมลงทุนในธุรกิจเกี่ยวกับการบริการให้เช่าพื้นที่จัดเก็บข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์บนระบบคลาวด์ด้วยเทคโนโลยี "สโตเรจ บล็อก" อันเข้าข่ายเป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องหลายฉบับ

 

มีประชาชนที่หลงเชื่อตกเป็นเหยื่อการหลอกลวงเป็นจำนวน 3,431 ราย มีมูลค่าความเสียหายรวมทั้งสิ้นจำนวน 1,558,120,345.82 บาท เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2564 เป็นคดีพิเศษที่ 63/2564 ซึ่งคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้ทำการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจนเสร็จสิ้นภายในเวลา 6 เดือน และได้ส่งสำนวนการสอบสวนไปยังพนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2565 โดยพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 5 ได้พิจารณาสำนวนการสอบสวนแล้วมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาดังกล่าวเป็นจำเลยต่อศาลอาญา ในคดีหมายเลขดำที่ อ 1616/2565 แล้วนั้น

ตลอดระยะเวลาในการพิจารณาคดี พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 5 ได้พิจารณาวางแนวทางการนำเสนอข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานอย่างมีระบบเป็นขั้นเป็นตอน กระทั่งในเวลาต่อมาเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2567 ศาลอาญา ได้มีคำพิพากษาในคดีเรื่องดังกล่าวโดยพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 และที่ 7 มีความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ และร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด

 

การกระทำของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 และที่ 7 เป็นการหลอกลวงผู้เสียหายหลายครั้งหลายคราวต่างคนต่างวาระกันจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันตามจำนวนผู้เสียหายที่ถูกหลอกแต่ละคราว เป็นความผิด 3,413 กรรม ให้เรียงกระทงลงโทษจำคุกตามผู้เสียหายแต่ละคนทุกกระทงไปลงโทษปรับจำเลยที่ 1 และที่ 3 กระทงละ 500,000 บาท รวม 3,413 กระทง แล้วปรับจำเลยที่ 1 และที่ 3 รายละ 1,706,500,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 ที่ 4 ที่ 5 และที่ 7 กระทงละ 5 ปี รวม 3,413 กระทง เป็นจำคุกคนละ 17,0665 ปี จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ให้การรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ปรับจำเลยที่ 1 และที่ 3 รายละ 853,250,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 เป็นเวลา 6,826 ปี กับอีก 20,478 เดือน แต่ความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 มีระวางโทษจำคุกอย่างสูงไม่เกิน 10 ปี ซึ่งกฎหมายบัญญัติให้ศาลลงโทษผู้กระทำผิดทุกกรรมเป็นกระทงความผิดได้ไม่เกิน 20 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (2) จึงให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ที่ 4 ที่ 5 และที่ 7 คนละ 20 ปี และให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 และที่ 7 ร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินแก่ผู้เสียหาย และร่วมกันหรือแทนกันชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ของต้นเงินที่ผู้เสียหายได้รับความเสียหาย นับแต่วันที่เกิดเหตุจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 6

กรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงขอประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนมายังพี่น้องประชาชนให้ใช้ความระมัดระวังในการลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีการถูกชักชวนให้ลงทุนในธุรกิจที่มีการเสนออัตราผลประโยชน์ตอบแทนจำนวนที่สูงในระยะเวลาอันสั้น ทั้งนี้ เพื่อมิให้ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพได้โดยง่าย

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์