เตือนภัย หลอกนักสนุกเกอร์ทีมชาติ แอบอ้างคดีพัวพันยาเสพติด ลวงโอนเงินตรวจสอบ 3.2 ล้านบาท ล่าสุดจับสาวบัญชีม้า
อยากเตือนภัย กรณีหลอกนักสนุกเกอร์ทีมชาติ แอบอ้างคดีพัวพันยาเสพติด ลวงโอนเงินตรวจสอบ 3.2 ล้านบาท ล่าสุดจับสาวบัญชีม้า
เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.3 บก.สส.บช.น. จับกุมตัว น.ส.ชนกานต์ อายุ 28 ปี เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2567 ตามหมายจับ ศาลอาญา ที่ 1611/2566 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2566
ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน
- ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น
- โดยทุจริตหรือโดยหลอกหลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบื่อนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน
จับกุมหน้าบ้าน ม.2 บ้านบุกระสัง ต.บุกระสัง อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์
พฤติการณ์กล่าวคือ คนร้าย แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกลวงแอบอ้างตนว่าเป็น เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำ สภ.เมืองนครสวรรค์ ต่อมา ทางผู้ที่แอบอ้างว่าเป็นตำรวจ บอกว่าตนเองพัวพัน ยาเสพติด ฟอกเงิน ตนสงสัยว่าตำรวจจริงหรือไม่
บุคคลดังกล่าวก็ส่งบัตรประจำตัวให้ดู เป็นยศ พันตำรวจเอก แล้วก็ให้เปลี่ยนมาคุยวิดีโอคอล ทางนั้นถามว่า เปิดบัญชีที่จันทบุรีหรือไม่ แล้วบอกว่า 2 สัปดาห์ก่อน จับพ่อค้ายาเสพติด อ้างว่าซื้อบุ๊กแบงก์จากตน 5 หมื่นบาท แล้วผู่เสียหาย ได้เงินเปอร์เซ็นต์จากการลำเลียงยาเสพติด 10 เปอร์เซ็นต์ 8.5 แสนบาท ผู้เสียหายบอกไม่รู้จัก
จากนั้นทางผู้ที่แอบอ้างเป็นตำรวจ บอกว่า ถ้าอย่างนั้น ต้องแสดงความบริสุทธิ์ เช็กเส้นทางการเงินผู้เสียหาย ต๋องศิษย์ฉ่อย ขอทำการตรวจสอบเงินในบัญชีธนาคารต่าง ๆ ของผู้เสียหาย หากการตรวจสอบเงินที่ได้มาของผู้เสียหายเสร็จสิ้นเมื่อใด
คนร้ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์จะทำการโอนเงินคืนให้กับผู้เสียหาย ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินเข้าบัญชีปลายทางของคนร้าย แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ธนาคาร ยูโอบี ชื่อบัญชี น.ส.ชนกานต์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ชื่อบัญชี น.ส.สุดารัตน์ รวม 10 ครั้ง รวมเงินประมาณ 3.2 ล้านบาท
จึงมาร้องทุกข์มอบคดีต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหา จนกว่าคดีจะถึงที่สุด
หลังจากถูกจับกุมผู้ต้องหาให้การว่า ตนเลื่อน Facebook ไปมาจนกระทั่งมีผู้ใช้ Facebook ซึ่งตัวผู้ต้องหาเองจำชื่อผู้ใช้ดังกล่าวไม่ได้ทักมาว่ามีงานขายของออนไลน์มานำเสนอ ตนสนใจจึงได้ตกลงผู้รับรับสมัครงานจึงเสนอให้ตนเปิดบัญชีธนาคารเพื่อรับเงินจากการทำงานออนไลน์ดังกล่าวและเมื่อผู้ต้องหาได้ทำการเปิดบัญชีธนาคารสำเร็จเรียบร้อยแล้วจะได้ค่าดำเนินการการเปิดบัญชีออนไลน์เป็นเงินจำนวน 400 บาท ตนจึงดำเนินการตามที่ผู้รับรับสมัครงานเสนอ
โดยการให้ตนกรอกเบอร์โทรศัพท์มือถือตามที่ผู้รับสมัครงานบอก จากนั้นให้ตนกรอกอีเมลและข้อมูลส่วนตัวของตนลงในแอพพลิเคชั่นอินเตอร์เน็ต Banking ต่อมาในระบบแบงค์กิ้งให้ตนสแกนใบหน้าโดยการหันซ้ายหันขวาเงยหน้าและก้มลงและกระพริบตาพยักหน้าในลำดับต่อมา ส่วนเลข otp ตนไม่ได้ส่งให้แต่ตนคิดว่าเป็นเพราะใช้เบอร์มือถือของผู้รับสมัครจึงไม่ต้องส่งotp
เมื่อขั้นตอนการสมัครบัญชีธนาคารออนไลน์เสร็จสิ้น ผู้ให้สมัครบัญชีธนาคารออนไลน์นั้นบอกว่าไม่สามารถดำเนินการได้ และไม่โอนเงินค่าเปิดบัญชีออนไลน์จำนวน 400 บาทนั้นได้แต่ตนกลับต้องโอนเงินเข้าบัญชีที่ตนนั้นสมัครจำนวน 200 บาท เพื่อเป็นค่าดำเนินการการสมัครงานขายของออนไลน์ดังกล่าวและผู้รับยังบอกว่าเมื่อโอนค่าสมัครจำนวน 200 บาทจะได้รับเงินค่าสมัครนั้นคืนในเวลาต่อมา แต่ตนไม่ได้รับเงินจำนวนดังกล่าวแต่อย่างใด
ตัวผู้ต้องหาให้การกับเจ้าที่ว่าเมื่อตนรู้ว่าตนถูกหลอกจึงทำการอายัดบัญชีกับธนาคารโดยการโทรแต่ตนไม่แน่ใจว่าทางธนาคารจะอายัดให้ตนทุกธนาคารหรือไม่ ต่อมาเมื่อแอพธนาคารต่างๆที่ตนมีไม่สามารถ ทำทุรกรรมทางการเงินได้ทุกแอพตนจึงติดต่อธนาคารเจ้าของแอพที่ตนมี กลับได้รับคำตอบ ว่าให้ตนติดต่อพนักงานสอบสวนสน. วังทองหลาง ตนจึงโทรหาแต่โทรไม่ติด ตนจึงปล่อยเลยตามเลย
ผู้ต้องหาบอกกับเจ้าที่ว่าตนไม่ทราบเลยถึงข่าวที่ออกไป เพราะตนไม่ได้ดูข่าวสารบ้านเมืองแต่อย่างใดเพียงแต่เปิดการ์ตูน ให้ลูกดูเพียงอย่างเดียว สุดท้ายนี้ผู้ต้องหาได้อยากฝากถึงประชาชนที่คิดกำลังจะเปิดบัญชีม้าว่า “ก็อยากให้เขารู้ว่าว่าแบบอย่าให้รู้ว่าโดนแบบหนูก็แล้วกัน” จากนั้นได้นำส่ง สน.วังทองหลาง ดำเนินคดี
พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ขอแจ้งเตือนประชาชนให้ทราบถึงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ให้ระมัดระวังผู้แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ โทรมาบอกว่าท่านเป็นผู้กระทำความผิด แต่งกายเลียนแบบตำรวจวิดีโอคอลผ่านไลน์ หลอกลวงเหยื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน หรือ คดียาเสพติด ส่งเอกสารปลอมต่างๆ เพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อ แล้วแต่งกายคล้ายตำรวจวิดีโอคอลกับเหยื่อเพื่อหลอกว่าจะสอบปากคำ
หรือแจ้งข้อกล่าวหา จากนั้นจะให้เหยื่อโอนเงินไปให้มิจฉาชีพตรวจสอบ เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ แล้วมิจฉาชีพก็จะหายไปพร้อมกับเงิน ขอย้ำเตือนว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจที่จริง จะไม่มีการติดต่อทางไลน์ หรือวิดีโอคอล เพื่อสอบปากคำ หรือ แจ้งข้อกล่าวหา ไม่มีการให้ผู้เสียหายโอนเงิน หรือทรัพย์สิน มาตรวจสอบเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ ไม่มีการส่งเอกสารราชการทางไลน์ เช่น หมายเรียก หมายจับ สุดท้ายหากท่านตกเป็นผู้เสียหายหรือมีข้อสงสัย ให้รีบโทรแจ้ง 1441





